แพคเกจต่างๆของโรงพยาบาลราคำแหง

โปรแกรมคลอดบุตรเหมาจ่าย

 

 การคลอดธรรมชาติ (NL) อัตราค่าบริการ 36,000 บาท รวมถึง 

  • ค่าแพทย์ผู้ดูแลรักษา รวมค่าทำคลอด ค่ากุมารแพทย์ 

  • ค่าห้องเดี่ยวพิเศษ ค่าอาหาร ค่าการพยาบาล สำหรับมารดา 2 คืน 3 วัน 

  • ค่าห้อง สำหรับทารก 2 คืน 3 วัน

 การผ่าตัดคลอด (C/S) อัตราบริการ 48,000 บาท 

  • บริการคลอดปกติ และทำหมัน (NL+TL) อัตราค่าบริการ 41,000 บาท 

  • คลอดแบบผ่าตัด และทำหมัน (C/S+TL) อัตราค่าบริการ 51,000 บาท 

  • คลอดแบบผ่าตัด+ไส้ติ่ง (C/S+APP) อัตราค่าบริการ 52,000 บาท

  • คลอดแบบผ่าตัด+ทำหมัน+ไส้ติ่ง (C/S+TL+APP) อัตราค่าบริการ 53,000 บาท 

 บริการแบบเหมาจ่าย รวมถึง 

  • ค่าแพทย์ผู้ดูแลรักษา รวมค่าทำคลอด วิสัญญีแพทย์ กุมารแพทย์ 

  • ค่าห้องเดี่ยวพิเศษ ค่าอาหาร ค่าการพยาบาล สำหรับมารดา 3 คืน 4 วัน 

  • ค่าห้องผ่าตัด 

  • ค่าห้องสำหรับทารก 3 คืน 4 วัน 

  • ค่ายา ค่ายาสลบ ค่าเวชภัณฑ์

  • ค่าเครื่องมือแพทย์ในการทำคลอด

 บริการแบบเหมาจ่าย ไม่รวมถึง 

  • ค่าใช้จ่ายในการฝากครรภ์ก่อนคลอด

  • กรณีที่ระยะพักฟื้นเกินระยะเวลาที่กำหนด จะคิดค่าใช้จ่ายส่วนเกินตามอัตราปกติ

  • กรณีที่มีโรคแทรกซ้อนเกิดขึ้นกับมารดา หรือทารก จะไม่สามารถใช้อัตราเหมาจ่ายได้ แต่จะคิดอัตราปกติตามจริง

  • กรณีคลอดทารกแฝด โรงพยาบาลไม่สามารถใช้อัตราเหมาจ่ายได้ จะคิดค่าใช้จ่ายในอัตราปกติ

  • ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดอื่นๆ เช่น ค่าพยาบาลพิเศษ เครื่องดื่ม อาหารตามสั่ง ค่าโทรศัพท์,ของที่ระลึก,นมผง, ยาเวชภัณฑ์ตามแพทย์สั่ง,
    ภูมิคุ้มกันโรคตับอักเสบบี (กรณีมารดาเป็นพาหะโรคตับอักเสบบี) 

  • อัตรานี้ไม่สามารถใช้บัตรสมาชิกในการรับส่วนลด

  • การตรวจอื่นๆ เช่นภาวะตัวเหลือง เอนไซน์ G6PD, ตรวจโรคธาลัสซีเมีย, x-ray, ULTRASOUND เป็นต้น

  • การอยู่ที่โรงพยาบาลเพื่อรอคลอด หากไม่คลอดภายในวันนั้นคือไปคลอดในวันถัดไปทางโรงพยาบาลจะเริ่มคิดอัตราเหมาจ่าย

    ในวันที่เริ่มคลอด ดังนั้นค่าใช้จ่ายในการคลอดและยาที่ใช้ก่อนคลอดไม่รวมอยู่ในอัตราเหมาจ่าย

 การปฏิบัติตนในระยะตั้งครรภ์ 
     การตั้งครรภ์เป็นของธรรมดา ถ้าท่านปฏิบัติตนให้เหมาะสม โดยมาโรงพยาบาลตามที่แพทย์นัดหมายทุกครั้ง ตลอดระยะเวลา
ของการตั้งครรภ์ท่านจะปลอดภัยจากโรคบางชนิด ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นกับตัวท่านและทารกได้

 หลักย่อๆ สำหรับการปฏิบัติตนในระยะตั้งครรภ์ 

  • อาหาร อาหารที่ดีและมีประโยชน์จะช่วยให้มารดา และทารกมีสุขภาพแข็งแรง สุขภาพร่างกายของทารกย่อมเกี่ยวพันกับสมองด้วย 
    เมื่อสุขภาพร่างกายแข็งแรงทารกจะเติบโตเป็นเด็กฉลาด อาหารที่มารดาควรรับประทานมีดังนี้คือ : อาหารจำพวกเนื้อสัตว์ นม ไข่ 
    ผัก ผลไม้ ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้วจะช่วยในการถ่ายเทของเสียภายในร่างกายและป้องกันท้องผูก อาหารที่ไม่ควรรับประทาน
    ได้แก่ อาหารรสจัด เช่น เผ็ดจัด เค็มจัด ตลอดจนของหมักดองต่างๆ

  • การพักผ่อน ควรจะนอนไม่ต่ำกว่าคืนละ 8-10 ชั่วโมง และควรจะหาเวลาพักผ่อนบ้างตามสมควรในเวลากลางวัน ในระยะใกล้ครบ
    กำหนดคลอดต้องหาเวลาพักผ่อนให้มากขึ้น ไม่ควรนั่งหรือยืนอยู่ในท่าเดียวนานๆ

  • การออกกำลังกาย หญิงมีครรภ์สามารถที่จะทำงานบ้านได้ตามปกติ การออกกำลังกาย เช่น การเดินเล่นในที่ๆ มีอากาศโปร่งเป็นการดี
    แก่ร่างกาย แต่ไม่ควรให้เหนื่อยเกินไป

  • การรักษาความสะอาดของร่างกาย ในระยะตั้งครรภ์มีเหงื่อออกมากและมีระดูขาวเพิ่มมากขึ้น จึงควรอาบน้ำและชำระผิวหนังให้สะอาด
    อยู่เสมอบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอก ด้วยการล้างน้ำสะอาดภายหลังการขับถ่ายทุกครั้ง เช็ดให้แห้ง ห้ามการสวนล้างช่องคลอดหรือ
    ใช้แป้งในบริเวณนี้

  • เสื้อผ้า ควรใส่เสื้อผ้าหลวมๆ รองเท้าไม่ควรจะให้เป็นส้นสูงเกินไป

  • การรักษาเต้านม ควรล้างเต้านมให้สะอาดเวลาอาบน้ำใช้ผ้านุ่มๆ ถูหัวนมหรือใช้นิ้วมือดูเบาๆ ซับให้แห้ง ถ้าหัวนมผิดปกติควรปรึกษา
    พยาบาล

  • การอยู่ร่วมกับสามี ควรงดเว้นในระยะใกล้กำหนดคลอด หรือเมื่อมีอาการเลือดออก

  • การรับประทานยาบำรุงที่ให้ในระยะตั้งครรภ์นั้น เป็นยาที่เพิ่มวิตามินและธาตุเหล็กซึ่งจำเป็นสำหรับมารดาและทารกในครรภ์ ท่านจึง
    ควรรับประทานตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด

 อาการผิดปกติซึ่งควรปรึกษาแพทย์โดยด่วน 

  • อาเจียนบ่อยๆ รับประทานอาหารไม่ได้ ภายหลังตั้งครรภ์ 3 เดือนไปแล้ว

  • มีน้ำเดิน

  • มีเลือดออกทางช่องคลอด

  • น้ำหนักเพิ่มอย่างรวดเร็ว

  • มีอาการบวมที่หน้า แขน และขา

  • มีอาการปวดศีรษะและตาพร่ามัว

  • มีตกขาวมาก สีเหลือง หรือทำให้เกิดอาการคัน

  • มีอาการเจ็บในท้อง

  • รู้สึกเด็กดิ้นน้อยลงหรือไม่ดิ้น

  • มีตุ่ม แสบร้อนๆ ช่องคลอดระยะใกล้คลอด