เสียงจากผู้รับบริการ

คุณณีรดา ปรีเปรม

“คำว่าเนื้องอกมันเป็นอะไรที่ไกลตัวเรามาก เรารู้สึกว่าเราเด็กมาก 
จนมาคิดว่า นี่ฉันต้องเป็นเนื้องอกหรอ”

คุณณีรดา ปรีเปรม อดีตผู้ป่วยเนื้องอกในสมองอายุ 24 ปี ในวัยเพียงเท่านี้ถือว่ามีโอกาสเพียงแค่ 1 ใน 100 เท่านั้นที่จะเป็น หลังจากที่มีอาการเวียนหัวอยู่บ่อยครั้ง วนเวียนเข้าออกโรงพยาบาลมาหลายที่ ทานยาเท่าไหร่ก็ไม่หาย ในที่สุดคุณณีรดาก็มีอาการปวดหัวจี๊ด เจ็บๆหายๆ 5-6 วันติดต่อกัน นอนหรือทำงานไม่ได้เลยจนต้องเข้ามาหาหมอ
ที่โรงพยาบาลรามคำแหง


“ตอนแรกตรวจเบื้องต้นก็ได้ยาไปกิน เพราะสันนิษฐานว่าเป็นไมเกรนจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตของเราและการตรวจอื่นๆที่ไม่พบอาการผิดปกติ
แต่พอเอายาไปกินก็ยังไม่ดีขึ้นเลยกลับไปหาหมอใหม่ คราวนี้คุณหมอส่งเข้า MRI เลยผลออกมาปรากฏว่า เรามีเนื้องอกอยู่ที่ต่อมใต้สมอง”

พอรู้อย่างนั้นก็ช๊อกนะ ความคิดหลายอย่างมันก็ประเดประดังเข้ามา
คุณหมอก็อธิบายถึงการรักษาว่ามีการผ่าตัดกับกินยา ตอนแรกเราจะเลือกกินยา เพราะเรากลัวการผ่าตัด กลัวโดนเจาะสมอง กลัวห้องผ่าตัดจากภาพจำที่มีไฟสีส้มๆ ผ้าสีเขียวเปื้อนเลือดเต็มไปหมด แต่การกินยามันก็มีข้อแม้คือเราต้องกินไปตลอดชีวิต แถมก้อนเนื้องอกมันก็ไม่หายไปแค่ฝ่อลงเท่านั้น เราเลยขอเวลาคุณหมอตัดสินใจ ขอปรึกษาครอบครัว
คุณหมอก็เคารพเรานะ ไม่ได้กดดันอะไร เพราะหมอเขาก็คงรู้ว่าเรากลัว”

สุดท้ายเราตัดสินใจ เลือกการผ่าตัด คุณหมอก็บอกว่ามันไม่ใช่การผ่าตัดแบบที่เราคิดนะ เราไม่ต้องเจาะกะโหลก เป็นการผ่าตัดส่องกล้องผ่านทางจมูกมีแผลนิดเดียว ก่อนเข้าผ่าตัดคุณหมอตรวจเราละเอียดมาก มากจนกระทั่งเราคิดว่า มันต้องขนาดนี้เลยหรอ แต่ก็ดีนะ มันหมายถึงความใส่ใจของเขา พอเข้าห้องผ่าตัดบรรยากาศมันไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิด คุณหมอพยาบาลยิ้มแย้มสอบถามอาการกับเราตลอด เราดมยาสลบแล้วก็หลับไป ตื่นมาเราไม่เจ็บเลย รู้สึกดีมากจนหายกลัวการผ่าตัดไปเลย เราพักฟื้นอยู่แค่ 2 คืน ก็กลับบ้านได้แล้ว หลังจากนั้นก็เป็นการดูแลแผลในจมูกจากการผ่าตัดนิดหน่อย ไม่ถึง 15 วันแผลก็หายดี

หลายคนบอกเราว่าทำไมเลือกโรงพยาบาลนี้ ที่นี่ทำให้เรามั่นใจได้ว่าอุปกรณ์เขาพร้อม คุณหมอเก่ง ไม่ต้องรอว่าจะได้รักษาเมื่อไหร่ บางเรื่องมันรอไม่ได้ถูกมั้ย? การบริการที่นี่ก็ดีคุณหมอ พยาบาล แม้แต่บุคลากรก็ดูแลเราเป็นอย่างดี ถ้าเราจ่ายมากขึ้นอีกหน่อย แล้วเราได้อะไรดีๆกลับมา ได้ชีวิตใหม่กลับมา เราว่าเรายอมจ่าย”

คุณปิยะ พสุทันท์

“ หลังจากที่ผมเข้ารับการผ่าตัดฝังเครื่องกระตุกหัวใจเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ก็คิดว่าอาการรุนแรงต่าง ๆ จากโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะจะจบลง สามารถเดินทางไปต่างประเทศได้ตามปกติโดยไม่ต้องกังวลว่าอาการจะกำเริบจนอาจเสียชีวิตได้ตลอดเวลา แต่จู่ ๆ เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อผมมีอาการโรคหัวใจกำเริบขึ้นมาโดยไม่รู้สาเหตุ !! 
 .
ผมจึงตัดสินใจมาที่นี่ พอตรวจก็พบว่าหัวใจขาดโพแทสเซียม ตอนแรกคุณหมอให้ทานยาโพแทสเซียมเสริม แต่มันก็ไม่หายขาด สุดท้ายแล้วคุณหมอจึงแนะนำให้รักษาด้วยเทคโนโลยีจี้สลายระบบไฟฟ้า จากที่ได้ฟัง มันน่าจะช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้นได้ เลยตัดสินใจทำ”

ซึ่งหมอต้องบอกเลยนะครับ ว่าวิธีการนี้ถือเป็นวิธีการที่ค่อนข้างซับซ้อนและอาจต้องใช้เวลานาน แพทย์ที่ทำการรักษาต้องมีความเชี่ยวชาญอย่างมาก และอุปกรณ์ต้องพร้อม เพราะหากเกิดความผิดพลาดอาจทำให้ผู้ป่วยหัวใจทะลุจนเสียชีวิตได้ สำหรับคุณปิยะนั้นใช้เวลาในการจี้นานถึง 7 ชั่วโมง สามารถรักษาได้ไปถึง 2 จุดใหญ่ ๆ และยังเหลืออีก 2 จุดเล็กที่ไม่สามารถจี้ได้ทันที คุณหมอจึงได้ทำพิจารณาการรักษาอีก 2 จุดภายหลัง
.
หลังจากที่ผ่าตัดกลับมาคุณปิยะสามารถใช้ชีวิตได้เหมือนเดิม เพราะทำตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด ด้วยการทานยาสม่ำเสมอ ลดความเครียดจากการทำงานลง หมั่นออกกำลังกาย และพักผ่อนให้เพียงพอ อาการหัวใจเต้นผิดจังหวะขั้นรุนแรงไม่เกิดขึ้นอีกเลย แม้ว่าจะต้องเดินทางไปต่างประเทศถึง 15 ชั่วโมง อาการก็ยังปกติดีอยู่ หมอรามดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งให้คุณปิยะหายจากอาการดังกล่าว ทำให้ได้ใช้ชีวิตอย่างอุ่นใจและปลอดภัยมากขึ้นนะครับ

คุณนพมาศ นิติประสงค์

“ ปกติเคยขึ้นบันไดได้วันละหลายรอบ อยู่ ๆ ก็เหนื่อยง่ายจนไม่สามารถขึ้นบันไดบ่อย ๆ ได้เหมือนเดิม แถมยังปวดต้นคอ กราม และหนักหัวอยู่เรื่อย ๆ เป็นอย่างนี้อยู่ 2-3 วัน วันหนึ่งกำลังคุยอยู่กับเพื่อนบ้านก็รู้สึกเหนื่อยมาก หน้าซีด จนหลานต้องรีบพามาส่งโรงพยาบาลรามคำแหง ”

 

นี่คืออาการเริ่มต้นของคุณนพมาศ นิติประสงค์ ผู้ที่ไม่คาดคิดว่าความดันต่ำจะมีผลกับชีวิตขนาดนี้
.
หลังจากที่หมอได้ทำการซักประวัติและวัดความดันแล้ว พบว่าคุณนพมาศ ความดันต่ำมากจนอยู่ในระดับที่จะเกิดการช็อคจากเลือดไหลเวียนไม่พอได้ คุณหมอตรวจหาสาเหตุเพิ่มเติม จึงพบว่า มีภาวะเส้นเลือดหัวใจตีบเฉียบพลัน และส่งผลกระทบต่อการเต้นของหัวใจ “ทำให้เกิดภาวะหัวใจเต้นชัาผิดปกติชนิดรุนแรง” ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน 
.
หลังจากคุณหมอแก้ไขภาวะความดันต่ำที่เป็นอันตรายให้กลับมาอยู่ในเกณฑ์ปกติได้แล้ว ก็ทำการรักษาด้วยการขยายหลอดเลือดหัวใจและใส่โครงค้ำยันให้เลือดกลับมาเลี้ยงหัวใจได้อีกครั้งนั่นเองครับ
.
ด้วยการรักษาที่ทันท่วงที ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและเครื่องมือที่พร้อม จึงทำให้คุณนพมาศพักฟื้นที่โรงพยาบาลเพียง 3 วันเท่านั้น และหลังจากนั้นก็นัดมาตรวจอาการเป็นระยะๆ จนตอนนี้คุณนพมาศสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันเป็นปกติได้อีกครั้ง โดยอาการดังกล่าวเป็นอาการที่ค่อนข้างรุนแรง หากตัดสินใจผิดพลาดไปอาจส่งผลให้เกิดผลร้ายกับร่างกาย หรือสูญเสียได้ ฉะนั้นไม่ว่าจะมีอาการความดันสูงหรือความดันต่ำ ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลยนะครับ ด้วยความปรารถนาดีจากหมอราม