ทำไมต้องตรวจจอประสาทตา
ทำไมต้องตรวจจอประสาทตา
October 12 / 2015

 

 

ทำไมต้องตรวจจอประสาทตา

 

 

 

จอประสาทตา คืออะไร 


จอประสาทตา (Retine) คือ ชั้นบางๆ ของเซลล์รับภาพที่อยู่ด้านหลังของดวงตา การที่คนเราจะสามารถมองเห็นภาพได้ชัดเจนจำเป็นที่จะต้องมีจอประสาทตาที่ปกติ ถ้าหากเปรียบเทียบดวงตากับกล้องถ่ายรูปจอประสาทตาจะเทียบได้กับฟิล์มของกล้อง ซึ่งถ้าฟิล์มเกิดความเสียหาย ภาพที่ถ่ายจากกล้องก็จะมีคุณภาพไม่ดี เช่นเดียวกับผู้ที่มีโรคของจอประสาทตาการมองเห็นก็จะไม่ชัดเจน จุดสำคัญของจอประสาทตา คือ จุดรับภาพ (Macula) ซึ่งเป็นบริเวณเล็กๆ ที่สำคัญมากใน การมองตรงกลาง (central vision) บริเวณอื่นที่เหลือของจอประสาทตาจะช่วยในการมองภาพด้านข้าง (Peripheral vision)

 

 

 

โรคเกี่ยวกับจอประสาทตาที่พบบ่อย 
 

จอประสาทตาเสื่อมจากเบาหวาน 


ผู้ป่วยเบาหวานที่ไม่ได้รับการควบคุมรักษาอย่างถูกต้อง พบว่ามีอาการผิดปกติทางตาได้บ่อย เช่น ตามัว จอประสาทตาเสื่อม หรือเบาหวานขึ้นตา ดังนั้น ผู้ป่วยเบาหวานควรได้รับการตรวจตาอย่างละเอียดโดยจักษุแพทย์ ว่ามีความผิดปกติอะไรหรือไมอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ด้วยเครื่องตรวจวัดความดันลูกตา, เครื่อง Slit Lamp, เครื่อง Ophthalmoscope, เครื่อง Fundus Camera เพราะการตรวจพบและได้รับการดูแลในระยะแรกของโรค คือ สิ่งที่สำคัญที่สุดในการป้องกันจากการสูญเสียการมองเห็นจอประสาทตาเสื่อมในโรคเบาหวาน 

 

 

จอประสาทตาลอกหลุด 


เมื่อมีรูฉีกขาดที่จอประสาทตา น้ำวุ้นตาจะค่อยๆ เซาะเข้าไปในชั้นของจอประสาทตา ทำให้การมองเห็นผิดปกติ โดยในระยะแรกผู้ป่วยจะมองเห็นจุดดำๆ ลอยไปมา, มีแสงแว๊บๆ ในลูกตา, มีม่านบังตาหรือตามัวลงเมื่อเป็นมาก ผู้ที่มีความเสี่ยงในการเกิดจอประสาทตาหลุดลอก คือ ผู้ที่มีสายตาสั้น, เคยมีอุบัติเหตุที่ตาหรือใบหน้า มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคนี้

 

 

 

ทำอย่างไรเมื่อจอประสาทตาหลุดลอก 


เมื่อเกิดจอประสาทตาลอกหลุด จักษุแพทย์จะใช้แก๊สหรือน้ำมันซิลิโคนดันจอประสาทตาให้กลับเข้าที่ โดยอาศัยเครื่องมือที่ทันสมัยช่วยในการรักษา

 

จุดรับภาพเสื่อม 


พบได้ในผู้สูงอายุ, ผู้ที่มีสายตาสั้นมากๆ ซึ่งเมื่อเกิดความเสื่อมของจุดรับภาพขึ้นจะทำให้มองเห็นตรงกลางภาพบิดเบี้ยว, มีจุดบอดที่ตรงกลางภาพหรือการมองเห็นสีผิดปกติไป 

 

 

 

ตรวจจอประสาทตาด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย 


ในการตรวจจอประสาทตา จักษุแพทย์มีเครื่องมือที่ทันสมัย เพื่อช่วยในการตรวจหลายชนิด ดังต่อไปนี้ Slit lamp และ Ophthalmoscope ในการตรวจอาจจะต้องหยอดยาเพื่อขยายม่านตา ก่อนที่จะทำการตรวจด้วยเครื่องมือที่ต้องใช้ไฟสว่างและมีกำลังขยายสูง Fundus Photography เพื่อตรวจและถ่ายรูปจอประสาทตา โดยไม่ต้องหยอดยาขยายม่านตา การฉีดสี Fluorescein (Fluorescein Angiography) เป็นการตรวจพิเศษ เพื่อตรวจดูเส้นเลือดและภาวะต่างๆ ของจอประสาทตา Optical Coherence Tomography เป็นการตรวจวิเคราะห์ชั้นต่างๆ ของจอประสาทตา

โรคเกี่ยวกับจอประสาทตา สามารถพบได้โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ  ผู้ป่วยเบาหวาน หรือผู้ที่มีภาวะสายตาสั้น การตรวจพบและวินิจฉัยได้ตั้งแต่เนิ่นๆ สามารถทำให้ผู้ป่วยคงมีสายตาที่ปกติได้

 

ดวงตาเป็นอวัยวะที่เปราะบาง ดังนั้นการตรวจพบและวินิจฉัยตั้งแต่เนิ่นๆ สามารถทำให้ผู้ป่วยคงมีสายตาที่ปกติได้