“ครรภ์เป็นพิษ” อันตราย เสี่ยงภาวะแทรกซ้อนทั้งตัวแม่และทารก
“ครรภ์เป็นพิษ” อันตราย เสี่ยงภาวะแทรกซ้อนทั้งตัวแม่และทารก
July 20 / 2020

 

 

 

 

“ครรภ์เป็นพิษ” อันตราย เสี่ยงภาวะแทรกซ้อนทั้งตัวแม่และทารก

 

 

พญ. ธิตินันท์ ตัณสถิตย์

สูติ-นรีเวช สาขาเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์

 

 

ภาวะครรภ์เป็นพิษคืออะไร?

 

ภาวะครรภ์เป็นพิษเป็นภาวะแทรกซ้อนที่เกิดระหว่างการตั้งครรภ์ มักจะเกิดหลังจากอายุครรภ์ 20 สัปดาห์ขึ้นไป โดยคนไข้จะมีความดันโลหิตสูงมากกว่า 140/90 มิลลิเมตรปรอท ร่วมกับมีโปรตีนในปัสสาวะร่วมด้วย

 

 

 

สาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะครรภ์เป็นพิษ

 

สาเหตุที่เกิดจากครรภ์เป็นพิษเรายังไม่ทราบแน่ชัด แต่ว่ามีหลักฐานบางอย่างที่ทำให้เราคิดว่าเกิดจากที่เลือดไปเลี้ยงมดลูกและรกไม่ได้เพียงพอทำให้รกทำงานได้ไม่ดี... กลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นครรภ์เป็นพิษก็คือ คุณแม่ที่มีอายุมากกว่า 35 ปีขึ้นไป มีโรคอ้วน หรือมีโรคประจำตัวบางอย่าง เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน หรือเป็นโรคประจำตัวเป็นโรคไต ซึ่งจะก่อให้เกิดอาการบวมฉับพลันโดยเฉพาะที่หน้า แขน ขา น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเร็วกว่าปกติ (ปกติอาจเพิ่มขึ้นเดือนละ 1.5-2 กิโลกรัม) แล้วก็มีความดันโลหิตสูงร่วมด้วย เวลาความดันโลหิตสูงก็จะมีอาการปวดหัว มีตาพล่า เบลอมองเห็นไม่ชัดหรือมีอาการจุกเสียดแน่นลิ้นปี่

 

 

 

ภาวะครรภ์เป็นพิษมีอาการอย่างไร?

 

โดยส่วนใหญ่แล้วผู้ป่วยมักจะไม่ค่อยมีอาการ แต่เมื่อมาฝากครรภ์ก็จะพบว่ามีความดันโลหิตสูงขึ้น หรือถ้าอาการรุนแรงก็จะเกิดอาการปวดหัว ตาพร่า จุกแน่นลิ้นปี่ มีบวมที่แขนหรือขา ซึ่งหลังจากที่คุณหมอตรวจวัดความดันแล้วจะตรวจปัสสาวะเพื่อให้ทราบว่ามีโปรตีนรั่วในปัสสาวะเกินกว่าค่าปกติหรือไม่ อีกทั้งยังจะเจาะเลือดเพื่อดูการทำงานของอวัยวะต่างๆ เช่น ตับหรือไต ค่าความเข้มข้นของเม็ดเลือดแดงและเกร็ดเลือด ว่ามีความผิดปกติหรือไม่อย่างไร ด้วยเหตุที่ภาวะต่างๆ เหล่านี้มีความสัมพันธ์อันอาจเป็นภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงและอาจเกิดกับผู้ป่วย เช่น อาการชัก น้ำท่วมปอด ทำให้หายใจลำบาก ปัสสาวะไม่ออก ไตวายเฉียบพลัน ตับอักเสบ ลูกในครรภ์อาจเกิดภาวะทารกเจริญเติบโตช้าในครรภ์ และเสียชีวิต รกลอกตัวก่อนกำหนด..มีตกเลือดก่อนคลอดหรือหลังคลอด... ซึ่งต้องเฝ้าระวังด้วยการหมั่นสังเกตว่ามีอาการหน้าบวม...แขนขาบวม...ปัสสาวะเป็นฟอง หรือเกิดอาการปวดหัวตาพร่าขึ้นมาหรือไม่ ถ้ามีอาการดังกล่าว..อย่ารอ ต้องรีบไปหาคุณหมอโดยเร็วที่สุด

 

 

 

รักษาอย่างไรเมื่อครรภ์เป็นพิษ?

 

  • การรักษาขึ้นอยู่กับอายุครรภ์ ถ้าอายุครรภ์ครบกำหนดแล้วเราก็แนะนำให้เร่งคลอดหรือทำการผ่าตัดคลอดในทันที
  • แต่ถ้าสมมุติว่าอายุครรภ์ยังไม่ครบกำหนดก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของคุณหมอว่านั้นรุนแรงหรือไม่
  • ถ้าเป็นครรภ์เป็นพิษขั้นรุนแรงเราสามารถให้ยาบางอย่างเพื่อกระตุ้นให้ปอดของทารกทำงานได้ดีขึ้นก่อนที่จะคลอดได้..

 

ซึ่งระหว่างที่รอนั้น จำเป็นต้องให้ยาแมกนีเซียม เพื่อป้องกันการชัก ระหว่างที่รอต้องเฝ้าดูอาการภาวะแทรกซ้อนอันเกิดจากครรภ์เป็นพิษนั้น หากเป็นไม่รุนแรงก็อาจจะแค่แบบมีความดันขึ้น มีบวมเฉยๆ แต่ถ้าเป็นพิษขั้นรุนแรงอาจทำให้คนไข้ชักได้ เส้นเลือดในสมองตีบทำให้ตาบอดชั่วคราว หรือมีภาวะตกเลือดก่อนคลอด รกลอกตัวก่อนกำหนด คือเด็กเสียชีวิตในครรภ์ได้... ถ้าการทำงานของไต-ตับผิดปกติก็จะทำให้มีตัวเหลืองตาเหลือง และยังมีสิทธิ์ทำให้คุณแม่ตกเลือดหลังคลอดได้...

 

 

ภาวะครรภ์เป็นพิษป้องกันอย่างไร?

 

กลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดภาวะ “ครรภ์เป็นพิษ” ควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัยว่ามีความเสี่ยงต่อการเกิดครรภ์เป็นพิษในครรภ์นี้หรือไม่ โดยสามารถตรวจโดยดูว่าเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงมดลูกมีความต้านทานของเส้นเลือดหรือไม่ รวมทั้งเจาะเลือดบางตัว เช่น placental growth factor และ  pregnancy associated plasma protein A (PAPP-A) เพื่อดูว่าเส้นเลือดในรกเจริญฝังตัวในมดลูกดีหรือเปล่าก็จะช่วยให้สามารถทำนายโอกาสเสี่ยงในการเกิดครรภ์เป็นพิษได้...และอาจพิจารณาให้ยาแอสไพรินในขนาดต่ำๆ เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดครรภ์เป็นพิษและภาวะแทรกซ้อน  

 

กลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดภาวะ “ครรภ์เป็นพิษ” ควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัยเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดครรภ์เป็นพิษและภาวะแทรกซ้อน

 

นัดพบแพทย์คลิก

พญ. ธิตินันท์ ตัณสถิตย์

สูติ-นรีเวช สาขาเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์

 

 

แก้ไขล่าสุด 21/07/63