โรคนอนกรน
October 12 / 2015

 

 

นอนกรน

 

 

     นอนกรน อาจมีสาเหตุจากทางเดินหายใจอุดตัน ในขณะนอนหลับ ที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า OBSTRUCTIVE SLEEP APNEA SYNDROME (OSAS) คนที่เป็นโรคนี้จะนอนกรนเสียงดังมีอาการคล้ายสำลักหรือสะดุ้งตื่นกลางดึก ต้องลุกไปถ่ายปัสสาวะตอนกลางดึก รู้สึกสมองตื้อ คิดอะไรไม่ออกเพราะง่วงนอนขี้ลืม ไม่ค่อยมีสมาธิ ในการทำงานตื่นขึ้นมาด้วยอาการอ่อนล้า ไม่สดชื่นหรือปวด ศีรษะและต้องการนอนต่ออีกทั้งที่ไม่ได้นอนดึก บางคนอาจมีอาการร่วมด้วย อาทิเช่น จุกแน่นคอเหมือนมีอะไรติดคอ หูอื้อ หงุดหงิดง่าย ขี้โมโห คนข้างเคียงไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน หรือที่ทำงานบ่นว่า คุณอารมณ์เสียบ่อยๆ รวมทั้งมีความรู้สึกทางเพศลดลง

  • นอนกรนเสียงดัง มีผลทำให้แฟนหรือเพื่อนร่วมห้อง ลำบากใจ

  • ง่วงนอนขณะขับรถ มีผลทำให้เกิดอุบัติเหตุ

  • ขี้ลืม ไม่ค่อยมีสมาธิในการทำงาน มีผลทำให้ประสิทธิภาพการทำงานไม่เต็มที่

  • เป็นสาเหตุของโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจขาดเลือด โรคของหลอดเลือดสมอง ซึ่งเป็น สาเหตุการ

  • ตายอันดับหนึ่งของคนไทย

  • หลับในห้องเรียน ความจำไม่ดี คิดไม่ออก มีผลทำให้เรียนหนังสือไม่เก่ง

 

 

การนอนที่ปกติ

เริ่มผิดปกติ

ผิดปกติ

รูปที่ 1 การนอนหลับปกติ


รูปที่ 2 การนอนหลับที่เริ่มผิดปกติ เนื้อ
บริเวณลำคอหย่อน ทำให้เกิดการกรน
ขณะ นอนหลับ

รูปที่ 3 การนอนหลับที่ผิดปกติกล้ามเนื้อ
บริเวณลำคอปิดทับช่องทางเดินหายใจ
ทำให้ไม่สามารถหายใจได้

 

 


 นอนกรนรักษาได้ 


     คุณเป็นคนนึง ที่นอนกรนเสียงดังหรือเปล่า? ตัวคุณเองอาจไม่รู้ ลองถามแฟนคุณ หรือเพื่อนร่วมห้องของคุณดูซิว่า เป็นยังไงคุณเคยรู้สึก ง่วงเหงาหาวนอนในช่วงเวลาทำงานกลางวัน หลับในห้องประชุม ปวดมืนหัวโดยไม่ได้เกิดจากความเครียด คิดอะไรไม่ออก ความจำและสมาธิแย่ลง รู้สึกไม่สดชื่นเมื่อตื่นนอนในตอนเช้า รึเปล่า ? อาการทั้งหมดนี้อาจมีสาเหตุจากโรคนอนกรน แต่โรคนี้สามารถรักษาทำได้โดย วิธีไม่ผ่าตัด (CPAP) หรือ วิธีผ่าตัดโดยเทคนิคทันสมัย เช่นเดียวกับสถาบันที่มีชื่อเสียงที่สุดของโลก (Stanford University Medical Center)หลังการรักษา ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะรู้สึกดีขึ้นมาก นอนหลับได้อย่างมีความสุข ไม่มีการสะดุ้งตื่นขณะหลับ ตื่นนอนด้วยความรู้สึกสดชื่นแจ่มใส พร้อมที่จะทำงาน ความทรงจำและสติปัญญาดีขึ้น และอาการนอนกรนเสียงดังอันน่ารำคาญของคุณหายไป แฟนหรือเพื่อร่วมห้องของคุณจะมีความสุขมากขึ้น

 

 การรักษาอาการนอนหลับที่ผิดปกติ ในภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ 

 

  • งดการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ งดยานอนหลับหรือยากล่อมประสาท หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำชา กาแฟ การควบคุมน้ำหนักโดยการจำกัดปริมาณและชนิดอาหาร ออกกำลังกายสม่ำเสมอเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง กล้ามเนื้อตื่นตัว และเป็นมาตรการในการลดน้ำหนัก นอนในท่าตะแคง หลีกเลี่ยงการนอนในท่านนอนหงาย และควรนอนศีรษะสูงเล็กน้อย รีบปรึกษาแพทย์ เมื่อมีอาการหยุดหายใจขณะหลับ แพทย์พิจารณาแนวทางการรักษาจากความรุนแรง และสาเหตุของโรค ในกรณีผู้ป่วยมีอาการรุนแรงมากผู้ป่วยควรใส่เครื่อง Nasal CPAP (Nasal Continuous Positive Airway Pressure) เครื่องนี้จะปล่อยแรงดันบวก และจะทำให้ช่องทางเดินหายใจที่แคบกว้างขึ้น จึงทำให้ผู้ป่วยหายใจได้สะดวกและหลับสบายขึ้น ในปัจจุบันการรักษา ด้วยวิธีนี้ ถือว่าเป็นการรักษาที่ได้ผลดีที่สุด

  • กรณีผู้ป่วยมีความผิดปกติชัดเจน บริเวณช่องทางเดินหายใจส่วนบน เช่น ต่อมทอนซิลโตมากหรือเพดานอ่อนยาวผิดปกติ หรือกรณีผู้ป่วยที่มีปัญหาในการใช้เครื่อง Nasal CPAP แพทย์อาจทำการผ่าตัดแก้ไขความผิดปกติดังกล่าวได้

การผ่าตัดรักษานอนกรนด้วยเลเซอร์ (LASER ASSISTED UVULOPALATOPLASTY) เป็นวิธีหนึ่งในการผ่าตัดรักษานอนกรน โดยใช้เลเซอร์ไม่ต้องวางยาสลบ ไม่ต้องอยู่โรงพยาบาลหลังผ่าตัด ผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้ กินอาหารอ่อน และไม่ทำให้เสียงพูดเปลี่ยนไป คุณยังคงสามารถ พูดได้เหมือนเดิม

 
 อัตราเสี่ยงต่อโรค เทียบกับคนปกติ 


     โรคความดันโลหิตสูง ------------------ > มีโอกาสเสี่ยงมากกว่าคนปกติ 1.5 – 2.5 เท่าโรคหัวใจขาดเลือด    ------------------ > มีโอกาสเสี่ยงมากกว่าคนปกติ 2 - 4 เท่า
โรคของหลอดเลือดในสมอง ---------- > มีโอกาสเสี่ยงมากกว่าคนปกติ 2 เท่า

 

 ภาวะหยุดหายใจจากทางเดินหายใจอุดตันในขณะนอนหลับ OBSTRUCTIVE SLEEP APNEA SYNDROME (OSAS) 


     ตามปกติเวลาคนเรานอนหลับ ทางเดินหายใจส่วนลำคอ จะแคบลงเนื่องจาก เพดานอ่อน ลิ้นไก่ และลิ้นตกไปด้านหลังตามน้ำหนักของเนื้อเยื่อ ร่วมกับการหย่อนตัวของกล้ามเนื้อของลิ้น และเพดานอ่อนขณะนอนหลับแต่อย่างไร ก็ตาม ในคนปกติ ทางเดินหายใจส่วนนี้กว้างขวางเพียงพอที่จะเป็นทางนำอากาศจากจมูกผ่านไปยังหลอดลมได้ ผู้ป่วยโรคนี้ มีช่องคอแคบจากเนื้อเยื่อเพดานอ่อน ลิ้นไก่หรือลิ้น มีขนาดใหญ่และหย่อนยานหรือมีคางสั้นมาก เวลาหายใจขณะหลับจะมีการสั่นสะเทือนของเพดานอ่อนลิ้นไก่หรือโคนลิ้น ทำให้เกิดเป็นเสียงกรนผู้ป่วยมักมีเสียงกรนไม่สม่ำเสมอมีลักษณะของการกลั้นหายใจหรือสำลักน้ำลายตามด้วยการสะดุ้งหรือหายใจอย่างแรงเหมือนขาดอากาศ อาจเกิดขึ้นหลายสิบ หรือหลายร้อยครั้งต่อคืน

    ในขณะที่มีการหยุดหายใจ ออกซิเจนในเลือดแดงจะต่ำลงทำให้เกิดความผิดปกติ ในการทำงานของอวัยวะต่างๆ โดยเฉพาะหัวใจ หลอดเลือด ปอด และสมอง เป็นผลให้สมองต้องถูกปลุกให้ตื่นขึ้น เพื่อเปิดทางเดินหายใจ และทำให้ ออกซิเจนสามารถผ่านเข้าไปในปอดได้อีก หลังจากนั้นไม่นาน สมองจะเริ่มหลับอีก การหายใจก็จะเริ่มขัดข้องอีกแล้ว ปลุกสมองให้ตื่นขึ้นอีก วนเวียนซ้ำแล้วซ้ำอีกเช่นนี้ไปตลอดคืน ทุกคืนเป็นผลให้สมรรถภาพการนอนหลับเสียไป รวมทั้งทำให้เกิดผลเสียต่ออวัยวะต่างๆ แบบเรื้อรัง

 

 ปัญหาง่วงนอนมากผิดปกติ 
 

    การนอนหลับมีความสำคัญต่อชีวิตและสุขภาพส่วนมากคนเราต้องการนอนหลับประมาณ 7-8 ชั่วโมง เราอาจสังเกตได้ด้วยตัวเองว่านอนหลับได้เพียงพอหรือไม่โดยอาศัยความรู้สึกของตัวเองเมื่อตื่นนอนเช้า ถ้าตื่นนอนเช้าด้วย ความรู้สึกสดชื่นแจ่มใส พร้อมที่จะทำงานต่างๆ อย่างเต็มที่ แสดงว่าได้รับการพักผ่อนนอนหลับมาอย่างเพียงพอ แต่ในทางตรงกันข้าม ถ้ามี ความรู้สึกปวดหัวทุกวันหลังตื่นนอน หรือยังง่วงนอนอยู่ถึงแม้ว่าได้นอนมาแล้วหลายชั่วโมงแสดงว่านอนไม่พอหรือการหลับนั้น ขาดคุณภาพ

    ในผู้ป่วยที่มีปัญหาง่วงนอนมากผิดปกติจากการนอนหลับที่ขาดคุณภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมี นอนกรนร่วมด้วย อาจมีสาเหตุจากภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ ซึ่งเป็นภาวะที่พบได้บ่อย แต่ยังไม่เป็นที่รู้จักกันมากนัก และมีความสัมพันธ์ กับโรคอื่นๆ อีกหลายโรค เช่น โรคความดันโลหิตสูง กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคหลอดเลือดในสมอง อันเป็นเหตุให้ผู้ป่วยเสียชีวิตก่อนวัยอันควรได้  

 

 การตรวจการนอนหลับ (Polysomnography) 
 

     เป็นการตรวจด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย สามารถบอกได้ว่า คุณภาพในการนอนของคืนนั้นๆ เป็นอย่างไร หลับได้ดีหรือสนิทเพียงไร มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นในขณะนอนหลับ โดยที่ผู้ป่วยเองไม่สามารถทราบได้ โดยเฉพาะภาวะหยุดหายใจขณะหลับ การตรวจ การนอนหลับ นี้ประกอบด้วย  

  • การตรวจวัดคลื่นสมอง เพื่อวัดระดับความลึกของการนอนหลับ

  • การตรวจวัดการทำงานของกล้ามเนื้อขณะหลับ

  • การตรวจดูการเปลี่ยนแปลงของคลื่นไฟฟ้าหัวใจขณะหลับ

  • การตรวจวัดลมหายใจที่ผ่านเข้าออกทางจมูกและปาก

  • การตรวจวัดการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อทรวงอก และกล้ามเนื้อหน้าท้อง ที่ใช้ในการหายใจ ทั้งหมดนี้ใช้เวลาในการตรวจวัดช่วงกลางคืน อย่างน้อยประมาณ 6-8 ชั่วโมง ซึ่งเป็นเวลาปกติของการหลับ ของคนทั่วไป