แนวทางการรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือดหัวใจตีบหรือตันโดยใช้บอลลูนและขดลวด
แนวทางการรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือดหัวใจตีบหรือตันโดยใช้บอลลูนและขดลวด
October 30 / 2017

 

แนวทางการรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือดหัวใจตีบหรือตันโดยใช้บอลลูนและขดลวด

 

 

 

การรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือดหัวใจตีบหรือตัน

  • การรับประทานอาหารที่ดีกับสุขภาพ
  • การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • การเลิกสูบบุหรี่
  • การรักษาโดยการรับประทานยา
  • การขยายหลอดเลือดหัวใจตีบหรือตัน โดยการใช้บอลลูนและขดลวด
  • การผ่าตัดต่อเส้นเลือดหัวใจ หรือการทำบายพาส (Bypass)

 

 

การขยายหลอดเลือดหัวใจตีบหรือตันโดยใช้บอลลูนและขดลวด เป็นวิธีการรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือดหัวใจอุดตันให้เลือดสามารถกลับมาไหลเวียนได้ โดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ ปลอดภัย และผู้ป่วยสามารถฟื้นตัวและบ้านกลับได้เร็วขึ้น

 

 

การรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือดหัวใจตีบ ด้วยการขยายหลอดเลือดหัวใจโดยใช้บอลลูน (Balloon Angioplasty)

 

  • ขั้นที่ 1 สายสวนหัวใจชนิดบอลลูนจะถูกสอดไปยังตำแหน่งที่ตีบของหลอดเลือด
  • ขั้นที่ 2 บอลลูนจะถูกขยายให้พองตัวขึ้นโดยขยายตัวแนบไปกับผนังหลอดเลือดและกดทับส่วนที่ตีบ
  • ขั้นที่ 3 บอลลูนจะถูกทำให้แฟบลง และสายสวนจะถูกนำออกไปจากหลอดเลือดหัวใจบริเวณด้านในของหลอดเลือดมีความกว้างขึ้น และการไหลของเลือดสู่กล้ามเนื้อหัวใจก็จะดีขึ้นด้วย

 

 

 

การรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือดหัวใจตีบ โดยการขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยวิธีใส่ขดลวด (Coronary Stent Implantation)

 

  • ขั้นที่ 1 แพทย์ใส่สายสวนชนิดขดลวดสอดแทรกเข้าไปยังหลอดเลือดที่ตีบและขยายบอลลูนให้พองตัวขึ้น
  • ขั้นที่ 2 ขดลวดขยายตัวขึ้นกดทับผนังหลอดเลือดในขณะที่บอลลูนพองตัวขึ้น
  • ขั้นที่ 3 เมื่อบอลลูนถูกทำให้แฟบลง และนำออกจากหลอดเลือดแล้วขดลวดถ่างขยายหลอดเลือดหัวใจจะยังคงอยู่ ณ บริเวณดังกล่าวเป็นการถาวร เพื่อให้หลอดเลือดยังคงเปิดกว้างและทำให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น

 

 

ขดลวดชนิดเคลือบยา (Drug Eluting Stent) รักษาโรคหัวใจและหลอดเลือดหัวใจตีบ

 

ขดลวดชนิดเคลือบยา คือขดลวดถ่างขยายหลอดเลือดหัวใจที่เคลือบยา และสารโพลีเมอร์ไว้ โดยตัวยาจะค่อยๆ ถูกปลดปล่อยไปยังบริเวณที่ต้องการรักษาเฉพาะที่ ทำให้ช่วยลดการเติบโตของเนื้อเยื่อบริเวณที่ใส่ขดลวด ช่วยลดความจำเป็นในการที่ต้องทำการรักษาซ้ำจากการที่หลอดเลือดหัวใจที่ได้รับการฝังขดลวดเกิดการตีบซ้ำเมื่อเวลาผ่านไป

 

 

 

โครงค้ำยันหลอดเลือดเคลือบยาละลายได้ ช่วยในการรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือดหัวใจตีบ

 

โครงค้ำยันละลายได้ เป็นทางเลือกใหม่ในการรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือดหัวใจ มีลักษณะเหมือนกับขดลวดถ่างขยายหลอดเลือดชนิดเคลือบยาแต่สามารถสลายตัวได้ ทำให้หลอดเลือดกลับคืนสภาพธรรมชาติโดยปราศจากโครงสร้างค้ำยัน โครงค้ำยันหลอดเลือดชีวภาพเคลือบยาชนิดย่อยสลายได้นี้  ทำจากวัสดุโพลีแลคไตล์ ซึ่งเป็นชนิดเดียวกับที่ใช้ในอุปกรณ์ทางการแพทย์มานานแล้ว (เช่นไหมละลาย) การย่อยสลายเกิดโดยกลายเป็นสารที่มีในร่างกายตามธรรมชาติอยู่แล้ว คือคาร์บอนไดออกไซด์กับน้ำซึ่งจะถูกดูดซึมไปทั้งหมดเมื่อเวลาผ่านไป

 

 

การใส่โครงค้ำยันหลอดเลือดเคลือบยาละลายได้ (Bioresorbable Vascular Scaffold) รักษาโรคหัวใจและหลอดเลือดหัวใจตีบ

 

โครงค้ำยันละลายได้ มีลักษณะเหมือนกับขดลวดถ่างขยายหลอดเลือดชนิดเคลือบยาแต่สามารถสลายตัวได้ ทำให้หลอดเลือดหัวใจกลับคืนสภาพธรรมชาติโดยปราศจากโครงสร้างค้ำยัน 

 

 

 

การรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือดหัวใจตีบตัน 100% ทำอย่างไร?

 

การรักษาภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบตันด้วยการใช้หัวกรอกากเพชร (Rotablator) และหัวอัลตร้าซาวด์ภายในหลอดเลือด (IVUS) ช่วยลดโอกาสที่จะต้องเข้ารับการรักษาด้วยการผ่าตัดลงได้ 

  • เครื่องกรอหินปูน (Rotablator) ในกรณีที่การตีบของหลอดเลือดหัวใจมีหินปูนเกาะปริมาณมาก
  • การอัลตร้าซาวด์หลอดเลือดหัวใจ (Intravascular Ultrasound: IVUS) โดยการใช้หัวอัลตร้าซาวด์พิเศษใส่เข้าไปในหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งทำให้สามารถประเมินบริเวณหลอดเลือดหัวใจที่ตีบได้แม่นยำขึ้น ทำให้แพทย์สามารถตัดสินใจให้การรักษาได้อย่างถูกต้อง รวมทั้งสามารถใช้ยืนยันผลการใส่ขดลวดค้ำยันหัวใจได้อย่างดี


 

 

การรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือดหัวใจตีบหรือตันโดยใช้บอลลูนและขดลวดเป็นวิธีที่ปลอดภัย ไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ และผู้ป่วยสามารถฟื้นตัวและกลับบ้านได้เร็วขึ้น