เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้
เราใช้ Cookies เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ออนไลน์ที่ดีที่สุด สรุปนโยบายความเป็นส่วนตัวและ Cookies อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี
นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Policy)
บริษัท โรงพยาบาลรามคําแหง จํากัด (มหาชน)
โรงพยาบาลรามคำแหง (“โรงพยาบาล”) ได้จัดทำนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ที่ท่านให้โรงพยาบาลใน ระหว่างการร้องขอการบริการ การเยี่ยมชมเว็บไซต์
หรือใช้แอพพลิเคชั่นของหรือจากโรงพยาบาล นโยบาย คุ้มครองข้อมูลส่วน
บุคคลนี้รวมถึงข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวกับตัวคุณโดยเป็นการส่งต่อมาจากบุคคลที่สาม
ข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง “ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือ ทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ”
การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
1. โรงพยาบาลเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของ ท่าน ที่สามารถระบุตัวตนได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม เพื่อประโยชน์ต่อท่านในระยะเวลาที่เหมาะสมจำเป็นต่อการให้บริการ ในกรณีที่ท่านเป็นผู้ให้ข้อมูล กับโรงพยาบาล หรือร้องขอการบริการจากโรงพยาบาลผ่านช่องทางเว็บไซต์ แอพพลิเคชั่นหรือ ช่องทางอื่นใดของโรงพยาบาล อาทิเช่น การนัดหมายแพทย์ การทำธุรกรรมแบบออนไลน์ การสมัครรับจดหมายข่าว การขอรับความช่วยเหลือพิเศษ รวมไปถึงการทำธุรกรรมแบบออฟไลน์ เช่น การลงทะเบียนผู้ป่วยที่เคาน์เตอร์ลงทะเบียนของโรงพยาบาล หรือจากความสมัครใจ ของท่านใน การทำแบบสอบถาม (Survey) หรือการโต้ตอบทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) หรือการกรอก ให้ข้อมูลประกอบการสมัครงาน หรือช่องทางการสื่อสารอื่นๆ ระหว่างโรงพยาบาล และท่าน
2. โรงพยาบาลอาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากบุคคลที่สาม เช่นธุรกิจในเครือข่าย ตัวแทน จำหน่าย หรือผู้ให้บริการของโรงพยาบาล หน่วยงานภาครัฐ
ข้อมูลส่วนบุคคลที่โรงพยาบาลเก็บรวบรวม
ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่โรงพยาบาลเก็บรวบรวมจากท่านจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของการเก็บรวบรวม และประเภทของการบริการที่ท่านร้องขอจากโรงพยาบาล ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะถูกนำมาใช้เพื่อให้การทำธุรกรรมออนไลน์หรือออฟไลน์ หรือบริการที่ได้รับการร้องขอเสร็จสมบูรณ์ ซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่โรงพยาบาล เก็บรวบรวมโดยตรงจากท่าน หรือจากบุคคลที่สาม มีดังนี้
1) ข้อมูลระบุตัวตน เช่น ชื่อ ภาพถ่าย เพศ วัน เดือน ปีเกิด หนังสือเดินทาง หมายเลขบัตรประชาชน หรือหมายเลขที่สามารถระบุตัวตนอื่นๆ
2) ข้อมูลสำหรับการติดต่อ เช่น ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ และอีเมลล์
3) ข้อมูลการชำระเงิน เช่น ข้อมูลการเรียกเก็บเงิน ข้อมูลบัตรเครดิตหรือเดบิต และ รายละเอียดบัญชี ธนาคาร
4) ข้อมูลการเข้ารับบริการ เช่น ข้อมูลการนัดหมายแพทย์ ข้อมูลส่วนบุคคลของญาติ ความต้องการ เกี่ยวกับห้องพัก อาหาร และบริการเสริมอื่นๆ
5) ข้อมูลการเข้าร่วมกิจกรรมทางการตลาด เช่น ข้อมูลการลงทะเบียนเพื่อร่วมกิจกรรมกับเรา
6) ข้อมูลสถิติ เช่น จำนวนผู้ป่วย และการเข้าชมเว็บไซต์
7) ข้อมูลจากการเข้าใช้เว็บไซต์ของโรงพยาบาล
8) ข้อมูลด้านสุขภาพ รายงานที่เกี่ยวกับสุขภาพกาย และสุขภาพจิต การดูแลสุขภาพของท่าน ผลการทดสอบจากห้องทดลอง ห้องปฏิบัติการ และการวินิจฉัย
9) ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยาและการแพ้ยาของท่าน
10) ข้อมูล Feedback และผลการรักษาที่ท่านให้ไว้
เราจะไม่เก็บและใช้ข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อนของคุณ เช่น เชื้อชาติ ความเชื่อทางศาสนา ประวัติอาชญากร เว้นแต่เป็นไปตามที่ข้อบังคับและกฎหมายกำหนด หรือโดยความยินยอมของท่าน
การใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
โรงพยาบาลจะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ตามวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
1) จัดหาบริการ หรือส่งมอบบริการของโรงพยาบาล
2) นัดหมายแพทย์ ส่งข่าวสาร แนะนำบริการของโรงพยาบาล
3) การประสานงานและส่งต่อข้อมูลซึ่งจะช่วยให้การส่งต่อผู้ป่วยมีความรวดเร็วขึ้น
4) การยืนยันตัวตนของผู้ป่วย
5) ส่งข้อความแจ้งเตือนการนัดหมายแพทย์ หรือการเสนอความช่วยเหลือจากโรงพยาบาล
6) อำนวยความสะดวกและนำเสนอรายการสิทธิประโยชน์ต่างๆ แก่ท่าน
7) จุดประสงค์ด้านการตลาด การส่งเสริมการขาย และการลูกค้าสัมพันธ์ เช่น การส่งข้อมูลเกี่ยวกับ โปรโมชั่น ผลิตภัณฑ์และบริการ รายการส่งเสริมการขาย และธุรกิจพันธมิตร
8) เพื่อเป็นช่องทางในการสื่อสาร ตอบค าถาม หรือตอบสนองข้อร้องเรียน
9) สำรวจความพึงพอใจของลูกค้า วิจัยตลาด วิเคราะห์ทางสถิติประมวลผลและแสดงผลเพื่อเป็น ข้อมูลในการปรับปรุงผลิตภัณฑ์และบริการ หรือสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ และบริการใหม่ๆ ให้แก่ผู้ใช้บริการได้รับประโยชน์ยิ่งขึ้น
10) วัตถุประสงค์ทางบัญชีหรือทางการเงิน เช่นการตรวจสอบการชำระเงินผ่านบัตรเครดิต การเรียกเก็บเงินและการตรวจสอบความถูกต้อง การขอคืนเงิน
11) รักษาความปลอดภัย รวมถึงความปลอดภัยขณะพักรักษาอยู่ในโรงพยาบาล
12) เพื่อวัตถุประสงค์ในการสมัครงาน การเป็นพนักงาน หรือวัตถุประสงค์อื่นใดที่เกี่ยวข้อง
13) ปฏิบัติตามกฎของโรงพยาบาล
14) ปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อกำหนด ระเบียบ ข้อบังคับ หรือการร้องขอใดๆจากหน่วยงานภาครัฐ เช่น การปฏิบัติตามหมายเรียกพยาน หรือคำสั่งศาล หรือการร้องขออื่นๆ ที่ถูกต้องตามกฎหมาย
15) วัตถุประสงค์อื่นๆ ที่สนับสนุนการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ข้างต้น หรือที่ได้รับความยินยอมจาก ท่านเป็นครั้งคราว
การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
โรงพยาบาลอาจเปิดเผยหรือถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบุคคลที่สาม ซึ่งอาจตั้งอยู่ภายในหรือ นอกราชอาณาจักร โดยโรงพยาบาลจะดำเนินตามมาตรการที่จำเป็นและเหมาะสม หรือเป็นไปตามข้อบังคับและ กฎหมาย เพื่อวัตถุประสงค์ที่ตามระบุไว้ข้างต้น ให้แก่
1) พันธมิตรทางธุรกิจ เช่น บริษัทประกัน พันธมิตรที่เข้าร่วมรายการโปรแกรมสะสมคะแนน และสิทธิ ประโยชน์และศูนย์การแพทย์ และหรือบริษัทอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในการให้บริการ
2) ธนาคาร และผู้ให้บริการชำระเงิน เช่น บริษัทบัตรเครดิต หรือเดบิต
3) เจ้าหน้าที่รักษาความมั่นคงและความปลอดภัย
4) หน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง และหน่วยงานศุลกากร
5) หน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานกำกับดูแล และหน่วยงานอื่นๆ ตามที่กฎหมายอนุญาต หรือกำหนดไว้
การเชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์บุคคลที่สาม เว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นบนมือถือของโรงพยาบาล อาจมีลิงก์เชื่อมไปยังเว็บไซต์บุคคลที่สาม หากท่านไปตาม ลิงก์เหล่านี้ นโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ไม่มีผลกับเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม โปรดทราบว่าโรงพยาบาลไม่ สามารถรับผิดชอบใดๆ ต่อการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยบุคคลที่สามดังกล่าว เนื่องจากอยู่นอกการ ควบคุมของโรงพยาบาล
การเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล และความปลอดภัย
1. ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะถูก เก็บรักษาไว้นานเท่าที่จำเป็น เพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆ ตามที่อธิบาย ไว้ในนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ หรือภายใต้ข้อบังคับของกฎหมาย หรือเพื่อการดำเนินการทาง กฎหมาย
2. โรงพยาบาลจะใช้มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย และการบริหารจัดการที่เหมาะสมเพื่อ ป้องกันและรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่โรงพยาบาลเก็บรวบรวม
สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
1. สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม (right to withdraw consent) : ท่านมีสิทธิในการเพิกถอนความ ยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมกับโรงพยาบาลได้ ตลอดระยะเวลาที่ ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอยู่กับโรงพยาบาล
2. สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล (right of access) : ท่านมีสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านและ ขอให้โรงพยาบาลทำสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวให้แก่ท่าน รวมถึงขอให้โรงพยาบาลเปิดเผยการได้มาซึ่ง ข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านไม่ได้ให้ความยินยอมต่อโรงพยาบาลได้
3. สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง (right to rectification) : ท่านมีสิทธิในการขอให้โรงพยาบาล แก้ไขข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง หรือเพิ่มเติมข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์
4. สิทธิในการลบข้อมูลส่วนบุคคล (right to erasure) : ท่านมีสิทธิในการขอให้โรงพยาบาลท าการลบข้อมูล ของท่านด้วยเหตุบางประการได้
5. สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล (right to restriction of processing) : ท่านมีสิทธิในการระงับการ ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านด้วยเหตุบางประการได้
6. สิทธิในการให้โอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล (right to data portability) : ท่านมีสิทธิในการโอนย้ายข้อมูลส่วน บุคคลของท่านที่ท่านให้ไว้กับโรงพยาบาลไปยังผู้ควบคุมข้อมูลรายอื่น หรือตัวท่านเองด้วยเหตุบางประการได้
7. สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (right to object) : ท่านมีสิทธิในการคัดค้านการ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านด้วยเหตุบางประการได้
ท่านสามารถร้องขอการเข้าถึงหรือขอให้อัพเดตและแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน รวมถึงสิทธิอื่นใดข้างต้น หรือสิทธิตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ใช้บังคับ เช่น ขอสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือขอให้ระงับการใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน กรณีเห็นว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกนำไปใช้เกิน ขอบเขตวัตถุประสงค์การใช้งานที่แจ้งให้ทราบข้างต้น หรือไม่ได้รับความยินยอมจากท่าน
การเปลี่ยนแปลงนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
โรงพยาบาลจะทำการพิจารณาทบทวนนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นประจำเพื่อให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติ กฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ หากมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลโรงพยาบาลจะแจ้ง ให้ท่านทราบด้วยการ อัพเดตข้อมูลลงในเว็บไซต์ของโรงพยาบาล https://www.ram-hosp.co.th/contactus โดยเร็วที่สุด ทั้งนี้หากท่านมีคำถาม ข้อเสนอแนะ และข้อร้องเรียนเกี่ยวกับนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลโปรดติดต่อได้ที่อีเมลล์ support@ram-hosp.co.th
นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 01 มิถุนายน 2565
(นพ.พิชญ สมบูรณสิน)
กรรมการบริหาร
บริษัท โรงพยาบาลรามคําแหง จํากัด (มหาชน)
คุณนิสา วงษ์วิชา เล่าประสบการณ์การผ่าตัดรักษามะเร็งเพดานจมูก
และฐานกะโหลก กับโรงพยาบาลรามคำแหง
“ในระยะเวลา 7-8 เดือน เริ่มจากคัดจมูก จาม น้ำมูกไหล คิดว่าเป็น “ภูมิแพ้”
เริ่มจากคัดจมูก 1 ข้าง เป็น 2 ข้าง จนต่อมาหายใจไม่ได้เลย และเริ่มเห็นก้อนโผล่ออกมาที่จมูก ต้องหายใจทางปากตลอด แต่ก็รักษามาเรื่อย ๆ จนกระทั่งวันหนึ่งมีเลือดออกทางจมูกด้านขวาเพราะด้านซ้ายจมูกตัน แล้วก็ออกลำคอ ไหลออก ๆ ทั้งวันไม่หยุด เลยไปโรงพยาบาลต่างจังหวัดแห่งหนึ่ง เพราะมีประกันสังคมอยู่ที่นั่น หมอตรวจแล้วก็ส่งตัวไปโรงพยาบาลในกรุงเทพฯ เพื่อเอาก้อนเนื้อจากจมูกไปตรวจ พอผลตรวจออกมาว่าเป็นมะเร็ง และลามขึ้นสมองแล้วเขาไม่สามารถผ่าได้ก็เลยส่งมาที่โรงพยาบาลรามคำแหง เพราะทีมแพทย์พร้อม เครื่องมือพร้อม เห็นคุณหมอบอกว่าเนื้องอกของคุณใหญ่มากอาจต้องใช้เวลาในการผ่าตัดนาน ถามว่ากลัวไหม ก็กลัวนะ เราก็ไม่กล้านอนกลัวหายใจไม่ออก ต้องขอจับมือคุณพยาบาลให้เฝ้าจนนอนหลับ... ซึ่งการผ่าตัดก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ต้องขอบคุณคุณหมอทุก ๆ ท่าน พญ.ธัญรดา เลี่ยมเส้ง (แพทย์เจ้าของไข้) นพ. ภูริปัณย์ อร่ามวัฒนพงศ์ และนพ.นภสินธุ์ เถกิงเดช ที่ช่วยกันผ่าตัดรักษาในครั้งนี้ค่ะ
แพทย์ผู้ชำนาญการด้านโสต ศอ นาสิกวิทยา
“ พญ.ธัญรดา เลี่ยมเส้ง แพทย์ผู้ชำนาญการด้านโสต ศอ นาสิกวิทยา ” ให้ข้อมูลตั้งแต่รับตัวมาว่า เมื่อมาถึงก็เห็นก้อนเต็มจมูกแล้ว ซักประวัติแล้วบอกว่าเป็นเหมือนมีน้ำมูกไหลเรื้อรังมา 7-8 เดือนแล้ว ปวดหัวไม่มาก แต่ลุกนั่งแล้ววูบ ไปตรวจที่คลินิกวินิจฉัยว่าเป็นไมเกรนกับภูมิแพ้ฉับพลัน ก็ได้รักษาแบบนี้มาตลอด อาการก็ทรง ๆ แล้ว เริ่มเหนื่อยขึ้นหายใจหอบหายใจไม่สะดวกก็วินิจฉัยว่าเป็นหอบหืด ภูมิแพ้ฉับพลัน ไมเกรน จนผ่านไปประมาณ 3-5 เดือนก็มีก้อนโผล่ที่จมูกอีก สักพักต่อมาก็เลือดออก จึงไปที่โรงพยาบาลประกันสังคม คนไข้ได้นอนโรงพยาบาลเลย แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะเลือดออกเยอะ ก็รักษาอาการอักเสบแล้วถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ แต่ก็ได้แค่ทำการตัดชิ้นเนื้อไปตรวจให้ ผลปรากฏว่าเป็นมะเร็งของเพดานจมูกและฐานกะโหลก ซึ่งขั้นตอนการรักษาค่อนข้างยากจริง ๆ ที่ว่ายากอย่างแรก คือ ก้อนมันใหญ่มาก และต้องใช้แพทย์เฉพาะทางที่มีความชำนาญ อย่างที่สอง คือความพร้อมและศักยภาพของโรงพยาบาลและหลังผ่าตัด ต้องมีทีมดูแล ทีมอายุรกรรม ทีม ICU และทีมผ่าตัด เพราะก้อนมันใหญ่มากประมาณ 10 ซ.ม.ค่ะ
แพทย์ผู้ชำนาญการด้านโสต ศอ นาสิกวิทยา และมะเร็งศีรษะและคอ
“นพ.ภูริปัณย์ อร่ามวัฒนพงศ์ แพทย์ผู้ชำนาญการด้าน โสต ศอ นาสิกวิทยา และมะเร็งศีรษะและคอ” เคสนี้ถือว่าเป็นเคสที่ค่อนข้างยาก เพราะว่าก้อนเต็มจมูกแน่นมากทั้ง 2 ข้าง และทำลายผนังกั้นจมูกที่อยู่ตรงกลาง ก้อนทะลุฐานกะโหลกเข้าสู่สมอง มิหนำซ้ำยังติดกับเนื้อสมองด้วย ไม่ใช่ทะลุเข้าไปอย่างเดียว แบบเคสทั่ว ๆ ไป ก้อนเบียดเบ้าตาทั้ง 2 ข้าง ซึ่งก้อนติดเส้นประสาทจอตาทางด้านหลัง และก้อนติดเส้นเลือดแดงใหญ่ของสมอง โดยก้อนมีเลือดมาเลี้ยงค่อนข้างมาก จากประวัติที่คนไข้ให้ไว้ว่าอยู่ดี ๆ ก็มีเลือดไหลออกมาจนต้องไปโรงพยาบาล ปรากฏว่าต้องให้เลือดไป 8 ถุง ก็มากอยู่ขนาดยังไม่ได้รับการผ่าตัดนะครับ.. หลักการรักษาในผู้ป่วยรายนี้จึงต้องวิเคราะห์อย่างถี่ถ้วน วางแผนทุกขั้นตอน จึงมีการวางแผนร่วมกัน ระหว่างแผนก โสต ศอ นาสิกวิทยา แผนกศัลยกรรมระบบประสาท โดย “นพ.นภสินธุ์ เถกิงเดช แพทย์ผู้ชำนาญการด้านประสาทศัลยศาสตร์” ในการผ่าตัด เพื่อเอาเนื้องอกมะเร็งฐานกะโหลกเคสนี้ออก โดยจุดประสงค์ของการผ่าตัด คือการกำจัดเนื้องอกออกให้หมดเพื่อรักษาชีวิตของคนไข้เอาไว้ให้ได้ โดยที่ไม่ทำให้เส้นเลือดแดงใหญ่ของสมองที่อยู่ด้านหลังของก้อนเนื้องอกฉีกขาด รักษาการมองเห็นของคนไข้ให้ดีดังเดิมและซ่อมแซมฐานกะโหลกศีรษะเพื่อไม่ให้เกิดภาวะน้ำในสมองรั่วออกมาทางจมูกหลังผ่าตัด
ขั้นตอนการผ่าตัดของทีมแพทย์ผู้ผ่าตัดประกอบด้วย ศัลยแพทย์ระบบประสาท จะผ่าตัดเปิดกะโหลกศีรษะเพื่อเข้าไปเลาะเอาเนื้อร้ายออกจากสมอง เส้นประสาทจอตา และเส้นเลือดแดงใหญ่ของสมอง และเลาะลงข้างล่างมาบริเวณฐานสมองที่จะเข้าสู่โพรงจมูก ศัลยแพทย์โสต คอ นาสิกวิทยา จะผ่าตัดผ่านกล้องเข้าทางจมูกเพื่อเลาะเอาเนื้อร้ายออกจากในโพรงจมูก บริเวณที่ติดเบ้าตา 2 ข้าง และเลาะออกจากบริเวณที่ติดกับเส้นประสาทจอตา และเส้นเลือดแดงใหญ่ของสมองด้านหลังของก้อน และขึ้นสู่สมอง สุดท้ายก็มาเจอกันที่ฐานกะโหลกเหมือนกับการขุดอุโมงค์จาก 2 ฝั่ง แล้วมาเจอกันตรงกลาง ซึ่งต้องอาศัยประสบการณ์ ความชำนาญ ความคุ้นเคย และเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อที่จะทำให้อุโมงค์จาก 2 ฝั่งต่อเชื่อมกันได้สำเร็จลุล่วงอย่างราบรื่น
ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้นั้นถือว่าคุ้มมาก โดยที่ทางทีมแพทย์ผ่าตัดเราใช้ความพยายามทั้งหมดประมาณ 10 กว่าชม. ในการผ่าตัดเพื่อเอาเนื้อมะเร็งออกมาทั้งหมด รักษาการมองเห็นของคนไข้ให้ได้ดีเหมือนก่อนผ่าตัด รวมทั้งซ่อมแซมฐานกะโหลกศีรษะให้คนไข้ได้อย่างสมบูรณ์ โดยที่ไม่มีน้ำในสมองรั่วไหลออกมาจากจมูกหลังผ่าตัด คนไข้นอนพักรักษาตัวราว 10 วัน ก็สามารถเดินกลับบ้านได้อย่างปกติ โดยที่หลังผ่าตัดคนไข้กลับมาหายใจได้โล่งอีกครั้ง พูดคุย กินข้าว ไม่มีแขนขาอ่อนแรง สายตามองชัด หน้าตา กะโหลกศีรษะ ใบหน้า ก็ดูสวยปกติเช่นเดิม
“คุณหมอนภสินธุ์” ยังได้ย้ำอีกว่า เคสนี้ยากจริงครับ เพราะตัวเนื้องอกนอกจากติดกับอวัยวะสำคัญดังที่กล่าวไว้แล้ว บางส่วนยังกินเข้าไปในเนื้อสมองส่วนดี ทำให้การผ่าตัดต้องใจเย็นมากกว่าปกติ เนื่องจากต้องค่อย ๆ เลาะส่วนของเนื้อร้ายออกมาเพื่อให้ตัวสมองเองไม่บอบช้ำ แถมสุดท้ายยังต้องเลาะเอาเนื้อเยื่อที่ต้นขามาใช้สำหรับปิดส่วนเชื่อมระหว่างสมองกับโพรงจมูกอีก แต่ที่สำคัญที่สุดเคสนี้จะยากกว่านี้อีกมาก หากไม่สามารถร่วมกันทำการผ่าตัดโดยใช้ประสบการณ์และความชำนาญของทั้ง 2 แผนกได้ เพราะว่าเนื้อร้ายนั้นกัดกินอยู่ทั้งในสมองและโพรงจมูก ซึ่งต้องอาศัยการผ่าตัดแบบ “แท็กทีม” นับว่าเป็นโชคดีของคนไข้ที่ปกติผมกับคุณหมอภูริปัณย์ มีพื้นฐานจากการร่วมกันผ่าตัดรักษาคนไข้ที่เป็นเนื้องอกในสมองส่วนที่ติดกับฐานกะโหลกศีรษะอยู่เป็นประจำเลยสามารถทำงานสอดประสานกันได้เป็นอย่างดี จึงช่วยให้การผ่าตัดเคสยากเคสนี้ประสบความสำเร็จได้เป็นอย่างดีตามแผนครับ
แก้ไข
18/04/2565
โรงพยาบาลรามคำแหง
436 ถ. รามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 10240
1512, 02-743-9999
แฟกซ์ 0 2374 0804
support@ram-hosp.co.th