การตรวจพิเศษทางรังสี ของระบบทางเดินปัสสาวะ
November 17 / 2016

 

 

การตรวจพิเศษทางรังสี ของระบบทางเดินปัสสาวะ

 

 

 

 

 IVP (Intra Venous Phylogram) 

 

เป็นการตรวจพิเศษทางรังสีวิทยาเกี่ยวกับระบบางเดินปัสสาวะ เพื่อวินิจฉัยความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับระบบทางเดินปัสสาวะ โดยการตรวจดูการทำงานของไต ท่อไตและกระเพาะปัสสาวะเช่น นิ่ว กระทำโดยการฉีดสารทึบรังสีเข้าทางเส้นเลือดดำและให้สารขับออกทางไต จากนั้นทำการถ่ายภาพเอกซ์เรย์เป็นระยะๆ ตามที่แพทย์สั่ง

 

 

 

การเตรียมตัวก่อนการตรวจพิเศษทางรังสี (สำหรับผู้ป่วย) 

 

  • รับประทานอาหารอ่อนๆ ประเภทโจ๊ก หรือ ข้าวต้มในมื้อเย็นของวันก่อนตรวจ
  • การตรวจในบางกรณีอาจต้องรับประทานยาระบายในคืนวันก่อนตรวจ
  • งดน้ำ,อาหารอย่างน้อย 6 ชมก่อนตรวจ
  • กรณีที่ผู้ป่วยเคยมีอาการแพ้ยา และ/หรืออาหารทะเล โรคหอบหืด ภูมิแพ้ โรคหัวใจ หรือโรคประจำตัวกรุณาแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบ
  • กรณีที่ผู้ป่วยมีประวัติการแพ้ยา แพ้อาหารทะเล โรคภูมิแพ้ หอบหืด รังสีแพทย์หรือแพทย์เจ้าของไข้ลงความเห็นว่าจำเป็นต้องตรวจ แพทย์จะมีการให้ยาป้องกันการแพ้สารทึบรังสีให้ก่อนตรวจ

 

 

การเตรียมตัวผู้ป่วยก่อนการตรวจพิเศษทางรังสี 

 

(สำหรับเจ้าหน้าที่คลินิกที่ส่งตรวจรังสี)

  • ต้องเตรียมผล BUN / Creatinine / GFR ให้พร้อมก่อนถึงวันตรวจซึ่งผู้ป่วยที่ตรวจ IVP นี้จะต้องมีผลการตรวจที่แสดงค่าการทำงานขอไต BUN / Creatinine / GFR ภายใน 3 เดือนในผู้ป่วยปกติ แต่ในผู้ป่วยที่มีความผิดปกติเกี่ยวกับไต จะต้องมีผลการตรวจค่าการทำงานของไตภายใน 7 วัน

 

 

ขั้นตอนการตรวจพิเศษทางรังสี 

 

  1. ผู้ป่วยหรือญาติจะได้รับข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการตรวจทั้งหมดจากเจ้าหน้าที่และลงชื่อในใบแสดงความจำนงและยินยอมในการใช้สารทึบรังสีที่ทางโรงพยาบาลได้เตรียมไว้
  2. เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นของโรงพยาบาลและถอดเครื่องประดับที่มีส่วนของโลหะออกให้หมด พร้อมกับฝากญาติไว้

 

 

วิธีการตรวจพิเศษทางรังสี 

 

  1. ผู้ป่วยนอนหงายบนเตียงเอกซ์เรย์และถ่ายภาพเอกซ์เรย์ภาพแรก เพื่อดูว่ามีอุจจาระค้างอยู่ในลำไส้หรือไม่ หากมีค้างมากซึ่งจะรบกวนการแปลผล อาจต้องมีการสวนอุจจาระหรือเลื่อนนัดเพื่อเตรียมตัวใหม่
  2. แพทย์/พยาบาลจะฉีดสารทึบรังสีเข้าทางเส้นเลือดดำ และจะมีการสังเกตอาการ พร้อมทั้งดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด
  3. เมื่อมีอาการผิดปกติขณะทำการตรวจ ต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบทันที
  4. นักรังสีเทคนิคจะทำการถ่ายภาพ เอกซ์เรย์ ภายหลังจากการฉีดสารทึบรังสีเรียบร้อยแล้วเป็นระยะๆ ได้แก่ 5 นาที 10 นาที 30 นาที ตั้งแต่เริ่มฉีดสารทึบรังสี หรือตามที่แพทย์เห็นสมควร และรอให้ผู้ป่วยปวดปัสสาวะมากๆ (ต้องอั้นปัสสาวะ)
  5. เมื่อผู้ป่วยปวดปัสสาวะเต็มที่ นักรังสีเทคนิคจะถ่ายภาพเอกซ์เรย์อีก 1 รูป จากนั้นจึงให้ผู้ป่วยปัสสาวะทิ้งได้
  6. เมื่อผู้ป่วยปัสสาวะเรียบร้อยแล้ว นักรังสีเทคนิคจะทำการถ่ายภาพเอกซ์เรย์ อีก 1 รูปจึงจะจบสิ้นกระบวนการตรวจ

 

   

 

 

หลังการตรวจพิเศษทางรังสี 

  1. ผู้ป่วยรับประทานอาหารได้ตามปกติ
  2. ผู้ป่วยควรดื่มน้ำมากๆ เพื่อให้สารทึบรังสีที่ฉีดเข้าไปไม่ตกค้างหรือถูกดูดซึมไว้ในร่างกาย แต่จะถูกขับออกมาทางปัสสาวะ

 

 

ระยะเวลาในการตรวจพิเศษทางรังสี  45 นาที - 1 ชั่วโมง

 

ทางแผนกเอกซ์เรย์ มีมาตรการการป้องกันและมีเครื่องมือที่จำเป็นในการรักษาพยาบาบผู้ป่วยที่อาจจะเกิดอาการแพ้สารทึบรังสี ซึ่งเครื่องมือดังกล่าวอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานตลอดเวลา เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย