โรคมะเร็งปากมดลูก ป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน
October 14 / 2015

 

 

 

โรคมะเร็งปากมดลูก ป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน

 

 

โรคมะเร็งปากมดลูกมักเกิดกับผู้หญิงที่อายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป แต่เดี๋ยวนี้คุณหมอบอกว่าเป็นในผู้หญิงอายุน้อย แล้วก็ทำให้ผู้หญิงไทยของเราเสียชีวิตด้วยโรคนี้เยอะมากทีเดียว จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข พบว่าโรคมะเร็งปากมดลูกคร่าชีวิตหญิงไทยปีละ 5,200 รายเฉลี่ยวันละ 14 ราย ป่วยเพิ่มขึ้นปีละ 10,000 ราย โดยกลุ่มอายุที่พบสูงสุดคือ 45-55 ปี

 

มะเร็งปากมดลูกส่วนใหญ่เกิดจากสาเหตุอะไร ? 


เกิดจากโรคติดต่อ ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งและเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ชื่อเต็มๆ เรียกว่า “ฮิวแมน แพปพิลโลมา ไวรัส” (Human Papilloma Virus) หรือ HPV เชื้อตัวนี้ถ้าเราจะคุ้นเคยก็คือเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคหูดหงอนไก่ ซึ่งเราพบมาเนิ่นนานแล้ว เพียงแต่ว่ากลุ่มเชื้อของตัวที่ทำให้เกิดโรคหูดหงอนไก่นั้นเป็นชนิดความรุนแรงน้อยส่วนตัวที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งปากมดลูกนั้นเป็นชนิดที่มีความรุนแรงมาก 

 

 

 

จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นโรคมะเร็งปากมดลูก ? 


ถือเป็นปัญหาสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากในระยะแรกๆ ที่ยังไม่มีการลุกลามจนกลายเป็นมะเร็งขึ้น มีแค่ระดับเซลล์ที่ผิดปกติแค่นั้น ผู้ป่วยจะไม่มีอาการอะไรแล้วนิ่งนอนใจว่าคงจะไม่ได้เป็นอะไร ทำให้คลาดจากการตรวจที่สำคัญไปคือการตรวจสุขภาพประจำปีทางสูตินรีเวช ซึ่งผู้ป่วยมักจะมาพบแพทย์ด้วยอาการมีเลือดออกมากผิดปกติ ตกขาวมีกลิ่นที่ผิดปกติหรือมีเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ 

 

วิธีการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกทำอย่างไร ? 


ในปัจจุบันมีวิธีการตรวจหลายวิธี ตั้งแต่วิธีการดั้งเดิมที่เรียกว่า แปปสเมียร์ (Pap smear) ปัญหาที่พบจากการตรวจวิธีนี้คือ เวลาเราป้ายเซลล์ไปตรวจ ในบางครั้งไม่ได้เซลล์ที่ผิดปกติทั้งๆ ที่ผู้ป่วยรายนั้นอาจมีเซลล์ที่ผิดปกติซ่อนอยู่ เมื่อเราไปได้เซลล์ที่ปกติมา เพราะฉะนั้นการอ่านผลหรือการรายงานผลต่างๆ ก็ต้องรายงานว่าปกติ ซึ่งทำให้ผู้ป่วยรายนั้นไม่ได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง อันนี้เรียกว่าผลลบลวง อีกวิธีคือการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธี ตินเพร็พ (Thin prep) โดยใช้อุปกรณ์เฉพาะในการเก็บตัวอย่างป้ายเยื่อบุผิวจากบริเวณปากมดลูกด้วยวิธีเดียวกับการทำแปปสเมียร์ แล้วนำเซลล์ตัวอย่างที่เก็บได้ทั้งหมดใส่ลงในขวดน้ำยาเพื่อรักษาเซลล์ส่งเข้าเครื่องอัตโนมัติ ในการเตรียมเซลล์เยื่อบุผิวที่ปราศจากสิ่งปนเปื้อนพวกมูกหรือเม็ดเลือดและลดการซ้อนทับของเซลล์ที่หนาแน่นเกินไปลงบนแผ่นสไลด์แก้ว ช่วยเพิ่มโอกาสให้พยาธิแพทย์ในการตรวจพบความผิดปกติที่มีอยู่ได้ดียิ่งขึ้น การตรวจเชื้อไวรัสเอชพีวี เป็นการตรวจทางห้องปฎิบัติการในขั้นละเอียดมากขึ้น ซึ่งสามารถตรวจหาเชื้อได้ร้อยละ 99.7 

 

 

 

ใครบ้างที่ควรมาตรวจคัดกรองหามะเร็งปากมดลูก ? 


สตรีทุกคนควรตรวจมะเร็งปากมดลูก โดยเน้นสตรีที่มีเพศสัมพันธ์แล้วและโดยเฉพาะอย่างยิ่ง

  • สตรีที่มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุน้อย 
  • สตรีที่มีบุตรหลายๆคน 
  • สตรีที่สูบบุหรี่ 

 

ข้อแนะนำสำหรับผู้หญิงไทยในเรื่องมะเร็งปากมดลูก 


โรคมะเร็งปากมดลูกเป็นโรคซึ่งพบได้มากและมีอันตรายร้ายแรง  ถ้าเราตรวจพบในระยะแรกเริ่ม การรักษาอาจแค่ผ่าตัดเอาชิ้นเนื้อที่ผิดปกติบริเวณนั้นออกหรือตัดมดลูกออกไป ในผู้ป่วยที่มีลูกเพียงพอแล้ว ซึ่งสามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ถ้าปล่อยให้ระยะของโรคลุกลามจนเป็นมะเร็งระยะ 1,2,3,4 ความรุนแรงมักจะมากขึ้นเรื่อยๆ การรักษาก็จะทำได้ยากลำบาก และมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนสูงขึ้นอย่างมาก แต่ปัจจุบันมีการนำ “วัคซีน” มาฉีดเพื่อป้องกันการเกิดมะเร็งปากมดลูก สามารถใช้ได้กับเด็กหญิงตั้งแต่อายุ 9 ปีขึ้นไป บริเวณต้นแขนจำนวน 3 เข็ม ในกรณีที่ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์สามารถฉีดได้เลยไม่จำเป็นต้องตรวจหาเชื้อ ซึ่งใช้ได้ผลค่อนข้างดี แต่หากเคยมีเพศสัมพันธ์แล้วควรตรวจหาเชื้อก่อน เพราะได้รับเชื้อไวรัสแล้ววัคซีนที่ฉัดจะไม่สามารถป้องกันหรือรักษาได้ ซึ่งเป็นอีกวิธีหนึ่งในการป้องกันตัวเองจากโรคร้ายที่คุกคามชีวิตของผู้หญิงไทยในปัจจุบันให้มีความปลอดภัยมากขึ้น จึงแนะนำให้ปรึกษาแพทย์สูตินรีเวชเพื่อขอคำแนะนำเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนดังกล่าวด้วย ร่วมกับวิธีการตรวจคัดกรองที่มีประสิทธิภาพดีก็จะช่วยลดโอกาสการเกิดมะเร็งปากมดลูกได้มากที่สุด 

 

 

 

 

สามารถฉีดได้ตั้งแต่อายุ 9 ปีขึ้นไป บริเวณต้นแขนจำนวน 3 เข็ม ในกรณีที่ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์สามารถฉีดได้เลยไม่จำเป็นต้องตรวจหาเชื้อ ซึ่งใช้ได้ผลค่อนข้างดี