โรงพยาบาลรามคำแหง - แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางครบทุกสาขา

เสียงจากผู้รับบริการ

คุณปราณี และมัด

“ผ่าตัด 4 ชม.ฟื้นมาก็ปกติ ต่างจากตอนมาอย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะ”

 

พฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมคือ นอนทั้งวันแล้วก็เหมือนถามอะไรก็จะตอบช้าๆ คิดไม่ออก จำ พ.ศ.เกิด วันเกิดของตัวเองไม่ได้ แม่ก็นอนอย่างเดียวเลยแล้วข้าวปลาก็ไม่กิน น้ำก็ไม่อาบหนูก็เอะใจมาก ก็เลยพาแม่ไปรพ.

เวลาเข้าพบหมอๆ ก็ถามอะไรแม่เกี่ยวกับอาการแล้วคุณหมอก็ให้ไปทำเอ็มอาร์ไอฉีดสี รู้ผลๆ ออกมา หมอก็บอกว่าเป็นเนื้องอกในสมองค่ะ ก็เลยต้องอยู่รพ. วันนั้นเลย และต้องผ่าวันรุ่งขึ้นเพราะสมองบวมเยอะแล้วค่ะ

หลังจากคุณหมอผ่าตัด 4 ชม. ก็รู้สึกตัวเลยค่ะ ลูกๆ ก็มาล้อมรอบเตียงถามว่าจำได้ไหม จำ พี่ๆ น้องๆ ได้ไหม คือลูกๆ กลัวว่าจะจำคนโน้นได้มั๊ย จำอะไรต่ออะไรได้มั๊ย แม่ก็จำได้หมดสื่อสารทุกอย่างได้หมด คล่องแคล่ว ดีใจกันใหญ่เลย ร้องไห้แบบดีใจว่าเออคุณแม่จำได้ทุกอย่าง กลับมาเป็นเหมือนเดิม

คุณณีรดา ปรีเปรม

“คำว่าเนื้องอกมันเป็นอะไรที่ไกลตัวเรามาก เรารู้สึกว่าเราเด็กมาก 
จนมาคิดว่า นี่ฉันต้องเป็นเนื้องอกหรอ”

คุณณีรดา ปรีเปรม อดีตผู้ป่วยเนื้องอกในสมองอายุ 24 ปี ในวัยเพียงเท่านี้ถือว่ามีโอกาสเพียงแค่ 1 ใน 100 เท่านั้นที่จะเป็น หลังจากที่มีอาการเวียนหัวอยู่บ่อยครั้ง วนเวียนเข้าออกโรงพยาบาลมาหลายที่ ทานยาเท่าไหร่ก็ไม่หาย ในที่สุดคุณณีรดาก็มีอาการปวดหัวจี๊ด เจ็บๆหายๆ 5-6 วันติดต่อกัน นอนหรือทำงานไม่ได้เลยจนต้องเข้ามาหาหมอ
ที่โรงพยาบาลรามคำแหง


“ตอนแรกตรวจเบื้องต้นก็ได้ยาไปกิน เพราะสันนิษฐานว่าเป็นไมเกรนจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตของเราและการตรวจอื่นๆที่ไม่พบอาการผิดปกติ
แต่พอเอายาไปกินก็ยังไม่ดีขึ้นเลยกลับไปหาหมอใหม่ คราวนี้คุณหมอส่งเข้า MRI เลยผลออกมาปรากฏว่า เรามีเนื้องอกอยู่ที่ต่อมใต้สมอง”

พอรู้อย่างนั้นก็ช๊อกนะ ความคิดหลายอย่างมันก็ประเดประดังเข้ามา
คุณหมอก็อธิบายถึงการรักษาว่ามีการผ่าตัดกับกินยา ตอนแรกเราจะเลือกกินยา เพราะเรากลัวการผ่าตัด กลัวโดนเจาะสมอง กลัวห้องผ่าตัดจากภาพจำที่มีไฟสีส้มๆ ผ้าสีเขียวเปื้อนเลือดเต็มไปหมด แต่การกินยามันก็มีข้อแม้คือเราต้องกินไปตลอดชีวิต แถมก้อนเนื้องอกมันก็ไม่หายไปแค่ฝ่อลงเท่านั้น เราเลยขอเวลาคุณหมอตัดสินใจ ขอปรึกษาครอบครัว
คุณหมอก็เคารพเรานะ ไม่ได้กดดันอะไร เพราะหมอเขาก็คงรู้ว่าเรากลัว”

สุดท้ายเราตัดสินใจ เลือกการผ่าตัด คุณหมอก็บอกว่ามันไม่ใช่การผ่าตัดแบบที่เราคิดนะ เราไม่ต้องเจาะกะโหลก เป็นการผ่าตัดส่องกล้องผ่านทางจมูกมีแผลนิดเดียว ก่อนเข้าผ่าตัดคุณหมอตรวจเราละเอียดมาก มากจนกระทั่งเราคิดว่า มันต้องขนาดนี้เลยหรอ แต่ก็ดีนะ มันหมายถึงความใส่ใจของเขา พอเข้าห้องผ่าตัดบรรยากาศมันไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิด คุณหมอพยาบาลยิ้มแย้มสอบถามอาการกับเราตลอด เราดมยาสลบแล้วก็หลับไป ตื่นมาเราไม่เจ็บเลย รู้สึกดีมากจนหายกลัวการผ่าตัดไปเลย เราพักฟื้นอยู่แค่ 2 คืน ก็กลับบ้านได้แล้ว หลังจากนั้นก็เป็นการดูแลแผลในจมูกจากการผ่าตัดนิดหน่อย ไม่ถึง 15 วันแผลก็หายดี

หลายคนบอกเราว่าทำไมเลือกโรงพยาบาลนี้ ที่นี่ทำให้เรามั่นใจได้ว่าอุปกรณ์เขาพร้อม คุณหมอเก่ง ไม่ต้องรอว่าจะได้รักษาเมื่อไหร่ บางเรื่องมันรอไม่ได้ถูกมั้ย? การบริการที่นี่ก็ดีคุณหมอ พยาบาล แม้แต่บุคลากรก็ดูแลเราเป็นอย่างดี ถ้าเราจ่ายมากขึ้นอีกหน่อย แล้วเราได้อะไรดีๆกลับมา ได้ชีวิตใหม่กลับมา เราว่าเรายอมจ่าย”

คุณวนิดา จรกา

“ รู้สึกว่ามันดีขึ้นมันทำให้รู้สึกว่าเราอยากทานแล้วก็นอนหลับได้ จิตใจเราไม่ฟุ้งซ่าน เราไม่ปวดหัว เหมือนเคมีในสมองมันกลับมาปกติ ทำให้เราทำงานได้ปกติเหมือนเดิมค่ะ ก็ดูแลแม่ได้ ช่วยทำงานบ้านได้ ”

 

เริ่มมีอาการตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ปี 61 นะคะ แล้วมันไม่ไหว มือสั่น ใจสั่น นอนไม่หลับ กินไม่ได้ก็ไปหาหมอที่คลินิกแห่งหนึ่ง หมอก็ให้กินยานอนหลับให้กินสูงสุดถึงประมาณ 15 เม็ด แต่พี่กินไป 5 เม็ด แล้วก็ยังไม่หลับ ที่บ้านบอกว่าหยุดกินได้แล้ว ทีนี้ก็พอช่วงหลังๆ มาจะแบบรู้สึกกลัว ไม่กล้าขับรถใจมันสั่นหวิว เหงื่อออก ตั้งแต่เดือนมกราคมปี 62 มาไม่กล้าขับรถ เหมือนว่าปวดหัวมาก ปวดตามไหล่ ปวดตามบ่า ปวดไปทั้งตัว เหมือนหัวมันจะแตก ไม่อยากอยู่ ต้องแอบไม่อยากเจอใคร เพราะเหมือนว่าเราทำอะไรไม่ได้ เราช่วยดูแลแม่ไม่ได้ คือเพิ่งออกมาจากงานเพื่อจะดูแลแม่ แต่ทำไม่ได้มันก็เลยทำให้ไม่อยากอยู่

แม่ก็รักษาอยู่กับคุณหมออริยา เคยถามท่านว่าโรคแบบนี้ต้องทำยังไง หมอบอกว่าให้ลองทำ TMS ดูเผื่อจะดีขึ้น พอประมาณปลายเดือนกรกฎาคมก็เลยมาหาหมอค่ะ พอดีไม่สบายเป็นไข้ปวดหัวมาก ก็นอนแอดมิทที่ รพ.ประมาณ 3-4 วัน แล้ววันที่ 2 หมอก็ให้ทำ TMS ก็รู้สึกดีขึ้นก็ทานข้าวได้ นอนหลับ แล้วก็วันที่ 3 ก็ทำอีกทีก็ดีขึ้นค่ะ หมอบอกว่าให้ยากระตุ้นด้วยนะคะ