โรงพยาบาลรามคำแหง - แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางครบทุกสาขา

เสียงจากผู้รับบริการ

คุณปิยะ สุวรรวารี

“เป็นเคสที่ค่อนข้างยาก เพราะว่าทำมาแล้วสองครั้งไม่สำเร็จ แต่ก็มีโอกาส

 

ผมตรวจเลือดตรวจไขมันในเส้นเลือดตั้งแต่อายุประมาณ 35 ปี ปรากฏว่าค่าไขมันในเส้นเลือดสูง แต่เราก็คิดว่าเราออกกำลังกายคุมอาหารก็น่าจะช่วยได้แล้วคิดว่าอายุยังน้อย และเราก็ยังไม่อยากทานยา ยังใช้ชีวิตแบบนั้นจนมาอายุประมาณ 50 จนเมื่อปลายปีที่แล้ว รู้สึกว่าค่าไขมันมันสูงมานานละเริ่มไม่สบายใจก็เลยเข้าไปที่โรงพยาบาลนึงขอตรวจ TC scan ซึ่งเราหาข้อมูลมาว่าตรวจด้วยวิธีไหนได้บ้าง ปรากฏว่าค่า TC scan มันสูงเกินปกติ ซึ่งค่าความเสี่ยงอยู่ที่ประมาณตัวเลข 400 แต่ของผมเนี่ย 1,100 แสดงว่าหลอดเลือดหัวใจน่าจะมีปัญหาละ แต่เราก็ยังไม่ทำอะไรก็ยังใช้ชีวิตปกติ ผมได้มีโอกาสไปแข่งบาสอาวุโสที่เชียงใหม่เพื่อนร่วมทีมมาเล่าให้ฟังทีหลังว่านั่นแหละเกิดอาการฮาร์ท แอทแทค (Heart Attach) ช่วงที่นั่งพัก เกิดอาหารหายใจเต้นแผ่วแล้วในที่สุดก็หยุดหายใจ แต่โชคดีที่ว่าในโรงยิมมีคุณหมอหัวใจเป็นนักกีฬาอยู่ในสนามท่านก็เลยพยายามทำ CPR จนกระทั่งมีหน่วยกู้ภัยนำเครื่อง AED มาช็อตหัวใจแล้วก็รีบนำส่งโรงพยาบาลที่เชียงใหม่ปรากฏว่าคืนนั้นก็ได้ทำบอลลูนสองเส้น เส้นซ้ายเนี่ยตัน 80% ทำสำเร็จ เส้นขวาเนี่ยตัน 99% คืนนั้นทำไม่สำเร็จ แต่อย่างน้อยๆ ก็ปลอดภัยระดับหนึ่ง

พอกลับมากรุงเทพฯ ผมก็ยังกังวลอยู่ว่าเส้นขวายังตีบอยู่ผมก็เลยไปทำลองทำบอลลูนอีกที่โรงพยาบาลหนึ่งก็ยังไม่สำเร็จอีก จนกระทั่งได้ชื่อนพ.วสันต์มาเราก็ดูประวัติการรักษาวิธีการรักษาว่าในกรณีนี้แบบนี้ท่านมีวิธีการทำอย่างไร เสร็จแล้วก็มาหาต่อว่าท่านทำที่โรงพยาบาลไหนบ้าง พอได้เข้ามาคุยอาจารย์หมอก็แนะนำว่ามันเป็นเคสที่ค่อนข้างยากเพราะว่าทำมาแล้วสองครั้งไม่สำเร็จแต่ก็มีโอกาส เพราะฉะนั้นโอกาสมีมากน้อยแค่ไหนเนี่ยต้องลองฉีดสีดูถึงจะตอบได้ เพราะฉะนั้นถ้าฉีดสีดูแล้วมีความเป็นไปได้สูงก็จะทำเลย ก็เริ่มเข้ามาเตรียมตัวเตรียมร่างกายเข้าห้องประมาณ 3 ทุ่ม พอฉีดเสร็จคุณหมอก็ดูแล้วความเป็นไปได้สูงที่จะทำก็คืนนั้นก็ทำเลย ซึ่งเคสปกติอาจจะใช้เวลาไม่นานเพราะว่าบอลลูนอาจจะใช้เวลาไม่นาน แต่ของผมหลังจากที่ทำเสร็จแล้ว คุณหมออุทัยที่เข้าเคสด้วยบอกว่าเป็นกรณีค่อนข้างยากในรอบหลายปี คืนนั้นใช้เวลาไปประมาณ 5 ชั่วโมงถึงสำเร็จ ก็ได้เส้นเลือดหัวใจเส้นขวากลับมาเป็นปกติ เพราะฉะนั้นตอนนี้ผมก็เลยมีหลอดเลือดหัวใจครบสามเส้นตามปกติแล้วครับ สภาพร่างกายตอนนี้ปกติดี เดินเหินได้ตามปกติ แล้วก็เริ่มออกกำลังกายได้เล็กน้อยครับ

 

 

คุณมาลี อรุณพูลทรัพย์

“ไม่มีอาการปวดหัว แต่มีอาการเหมือนโรคซึมเศร้ามาก คือชอบอยู่คนเดียว เอาแต่นอนไม่แต่งตัว”

 

ตั้งแต่ประมาณเดือนกันยายน 2562 คือจะนอน ไม่พูดจากับใครไม่คุยกับใครไม่ยอมไปสอนหนังสือแล้วก็มีอาการมึนหัว งานการไม่เอา แม่ก็บอกว่าลองพาไปเช็คที่ รพ.รามคำแหง ซิว่าเขาเป็นอะไร ก็โทรมาปรึกษากับพยาบาลว่าอาการแบบเนี๊ยะ จากที่เราศึกษาดูเหมือนโรคซึมเศร้าเลย พามาหาหมอโรคจิตแต่อาการเขาน่ะไม่มีปวดหัวเลย ก็มาหาหมอช่วงเดือนธันวาคมประมาณเดือนหนึ่งมาทุกอาทิตย์ก็ไม่ดีขึ้น เพราะว่าคุณไข้เริ่มปัสสาวะ อุจจาระ ไม่รู้เรื่องแล้วน่าจะเกี่ยวกับสมอง เพราะว่าสมองมันจะคุมทุกอย่าง วันนี้เลยต้องเข้าอุโมงค์เลยโดยรอ 4 ชม.เพื่อให้ท้องว่างให้ทุกอย่างว่างให้พร้อม คุณหมอก็บอกว่ามันเป็นเยอะมากเนื้องอกอยู่รอบไปหมดเลย

หมอบอกว่าให้มาเตรียมตัวเลยต้องผ่าตัดใช้เวลา 10 ชม. ที่จะทำการผ่าตัดก็ตกลงมาอยู่นี่แล้วก็เริ่มผ่าตัด พอผ่าตัดแล้วคือเขาไม่รู้เรื่องอะไรเลยออกมาก็อาละวาด จะดึงแผลออก ดึงทุกอย่าง ก็ต้องคอยเฝ้ากันไม่ให้เขาดึง ต่อมาอาการเขาก็ดีขึ้นๆ จำคนโน้นได้จำคนนี้ได้จำทุกอย่างได้ทุกครั้งที่มาหาหมอๆ ก็จะเช็คสมองโดยการให้บวกเลขบ้างให้ลบเลขบ้าง แต่เขาก็ดีขึ้นสามารถจำได้บวกลบเลขได้ คุณหมอบอกว่าจากการผ่าตัด คือสมองเนื้องอกส่วนที่เอาออกไปมันต้องรอเวลาที่จะให้มันกลับมาเหมือนเดิมจากที่มันโดนกดทับมาค่ะ

คุณ กมลรัตน์ ดีมาก

 “...เหมือนชีวิตตายแล้วเกิดใหม่นะคะ ตอนนั้นเราเหมือนตายไปแล้วด้วยซ้ำ พอเรากลับมารักษาแล้วได้เหมือนเดิมก็รู้สึกว่าเราเหมือนกลับมาแข็งแรงเป็นเด็กปกติอีกครั้งเพราะว่าตอนนั้นคือให้คีโม ทำให้ผมร่วง ทำให้หัวใจวายจนไม่คิดว่าจะกลับมาดีเหมือนอย่างทุกวันนี้อยากจะขอบคุณ คุณหมอทุกๆ ท่านที่รักษาหนูมาตั้งแต่ที่หนูเป็นแพ้ภูมิตัวเอง มาเป็นมะเร็งในเม็ดเลือดขาวในต่อมน้ำเหลือง  จนมาเป็นภาวะหัวใจล้มเหลว อยากจะขอบคุณจริงๆ เลยค่ะที่ให้ชีวิตใหม่...”

 

เริ่มแรกมีอาการติดเชื้อที่กระเพาะปัสสาวะทำให้ไข้ขึ้นสูงและอาเจียนไม่หยุด จนเกิดอาการติดเชื้อในกระแสเลือดและเกิดเป็นจ้ำที่แขนซึ่งพอไม่นานก็เกิดเป็นก้อนขึ้นที่ขา จนรู้สึกว่าจะเดินไม่ไหวก็กลับไปตรวจอีกรอบโดยการตัดชิ้นเนื้อไปวิเคราะห์และผลปรากฏว่าเป็นมะเร็งในเม็ดเลือดขาวต้องเข้ารับการรักษาโดยเคมีบำบัดเรื่อยไปอีกกว่า 6 เดือนอาการจึงดีขึ้นโดยปราศจากเชื้อมะเร็ง

 

แต่หลังจากนั้นอีกเพียง 3 เดือนก็เกิดอาการแบบใหม่อีกคือนอนราบไม่ได้เพราะจะหายใจได้ไม่คล่อง มีทั้งอาเจียน นอนไม่หลับ โดย “คุณหมอบัณฑิตา” ได้เริ่มจากการประเมินส่งเข้ารับการตรวจเอกซเรย์และพบว่าลักษณะของหัวใจโตผิดปกติซึ่งปกติแล้วจะมีขนาดไม่เกินครึ่งหนึ่งของทรวงอก แต่ในรายนี้โตไปเกือบเต็มในส่วนของช่องทรวงอกด้านซ้าย อีกทั้งยังมีลักษณะของเส้นเลือดบ่งบอกถึงภาวะน้ำท่วมปอดด้วย นอกจากนี้ยังได้ตรวจวัดด้วยคลื่นเสียงสะท้อน หรือที่เรียกว่า “เอคโคหัวใจ” และพบว่ากล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรงสามารถทำงานได้แค่ 29% รวมกับมีลิ้นหัวใจรั่วอันเกิดจากโครงสร้างหัวใจที่ขยายขนาดใหญ่ขึ้น จึงทำให้เกิดอาการเหนื่อยมากในวันที่คนไข้มาโรงพยาบาล แต่ภายหลังจากที่ได้รับการรักษาด้วยการปรับยาและพัฒนาสมรรถภาพของหัวใจแล้วตรวจซ้ำก็พบว่าขนาดของหัวใจได้เล็กลงจนใกล้เคียงกว่าปกติโดยไม่มีภาวะของน้ำท่วมปอดอีก พร้อมทั้งปรับยาเพิ่มการบีบตัวของหัวใจจนแข็งแรงขึ้นจึงอนุญาตให้ผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาลไปใช้ชีวิตประจำวัน ไปเรียนหนังสือได้

 

 

หลังจากนั้นคุณแม่ได้มาปรึกษาคุณหมอเพื่อหารือในเรื่องของกิจกรรมที่บุตรสาวเคยทำได้ก่อนหน้านี้กับเพื่อนๆ ที่แข็งแรงนั้น ยังไม่มีความมั่นใจเพียงพอที่จะกล้ากลับไปทำได้ดั้งเดิม “คุณหมอบัณฑิตา” จึงได้แนะนำให้เข้ารับการทดสอบด้วยเทคโนโลยีที่เรียกว่า VOMax ที่เป็นมาตรฐานที่ใช้ในการวัดสมรรถภาพหัวใจในผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจล้มเหลว ซึ่งจะใช้การปั่นจักรยานบกหรือการวิ่งสายพานเป็นอุปกรณ์หลักให้ผู้เข้ารับการทดสอบออกแรงปั่นหรือวิ่ง ซึ่งปรากฏว่าผลการตรวจระบุว่าสมรรถภาพหัวใจของ “น้องกมลรัตน์” ค่อนข้างแข็งแรง คุณหมอจึงได้แนะนำในส่วนของการออกกำลังกายในขั้นต่อไปโดยเจ้าตัวได้นำข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับการออกกำลังกาย การใช้ชีวิตประจำวัน และล่าสุดก็สามารถเล่นกีฬา เล่นพละได้เท่ากับเพื่อนๆ แล้ว อีกทั้งยังสามารถไปประกวดร้องเพลงได้สมความตั้งใจอีกต่างหาก