ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน ตอน 2
June 16 / 2016

 

 

ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน ตอน 2

 

 

ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน (Sudden Cardiac Arrest, SCA) จากที่ได้กล่าวมาในตอนที่แล้วว่าเป็นภาวะที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ไม่คาดคิดมาก่อน ทำให้ไม่มีโอกาสเตรียมตัวหรือป้องกันทั้งผู้ป่วยเองและคนใกล้ชิดจัดเป็นเสี้ยววินาทีชีวิตจริงๆเพราะจะเกิดแบบไม่เตือนกัน ดังนั้นผู้ป่วยจึงมักจะไม่ได้รับการช่วยชีวิตได้ทันท่วงที โดยทั่วไปเมื่อหัวใจหยุดเต้นจำเป็นต้องทำการกู้ชีวิตให้ทันภายในเวลา 5 นาที ถ้านานกว่านี้โอกาสจะกู้ชีวิตได้สำเร็จจะต่ำมาก

 

จะป้องกัน ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน (SCA) อย่างไร 

 

SCA เกิดได้กับคนทุกเพศ ทุกวัย ทั้งที่มีและไม่มีโรคหัวใจอยู่ก่อน อย่างไรก็ตามผู้ป่วยที่มีโรคหัวใจอยู่เดิมจะมีความเสี่ยงมากกว่า มาตรการต่างๆที่จะกล่าวต่อไปนี้เป็นมาตรการเพื่อป้องกันการเกิดโรคหัวใจซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิด SCA และเป็นมาตรการป้องกันการเกิดหัวใจเต้นผิดปกติที่ทำให้เกิด SCA ทั้งมนคนปกติและคนที่มีโรคหัวใจอยู่แล้ว

  •  Healthy life style ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ควบคุมน้ำหนักตัว ทานอาหารให้เหมาะสม
  • งดการสูบบุหรี่
  • ตรวจสุขภาพและรักษาโรคอย่างสม่ำเสมอโดยเฉพาะความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน
  • ตรวจสอบประวัติในครอบครัวว่ามีประวัติ โรคหัวใจหรือเสียชีวิตเฉียบพลันจากโรคหัวใจหรือไม่
  • โดยเฉพาะผู้ที่มีภูมิลำเนาจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากพบมีพันธุกรรมโรคใหลตายได้บ่อย
  • ผู้ที่มีโรคหัวใจอยู่แล้ว เช่นโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน กล้ามเนื้อหัวใจตาย กล้ามเนื้อหัวใจหนา กล้ามเนื้อหัวใจอ่อนกำลัง หัวใจทำงานล้มเหลว ท่านเป็นผู้มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิด SCA ควรเข้ารับการรักษาและพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอ
  • ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) เนื่องจากอาจตรวจพบสาเหตุของ SCA ได้จากคลื่นไฟฟ้าหัวใจ จะได้ป้องกันไว้ก่อน

  • สำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาหัวใจเต้นผิดปกติ ควรรักษาให้ถูกต้อง ยาต้านหัวใจเต้นผิดจังหวะบางชนิดถ้าใช้ไม่ระมัดระวังอาจทำให้เกิด SCA ได้
  • สอบถามแพทย์เรื่องแรงบีบตัวของหัวใจห้องล่างซ้าย ทางการแพทย์เรียกค่านี้ว่า Ejection Fraction (EF) เนื่องจากการบีบตัวของหัวใจถ้าอ่อนกำลังมากเท่าไหร่ จะมีโอกาสเกิด SCA ได้มากขึ้น เราสามารถตรวจวัดค่าแรงบีบตัวของหัวใจด้วยการตรวจคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจ (Echocardiogram)
  • ผู้ป่วยโรคหัวใจที่มีความเสี่ยงสูงหรือเคยรอดชีวิตจาก SCA แพทย์จะทำการฝังอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เรียกว่าเครื่องกระตุกหัวใจ (AICD) ไว้ที่หน้าอก เครื่องนี้จะทำหน้าที่เหมือนเป็นแพทย์ประจำตัวที่จะทำการกระตุกหัวใจให้กลับมาเป็นเป็นปกติโดยอัตโนมัติ เมื่อเกิด SCA สำหรับท่านที่มีโรคหัวใจอ่อนกำลัง ควรปรึกษาแพทย์ว่าท่านควรได้รับเครื่องตัวนี้หรือไม่

 

 

ทำอย่างไรเมื่อถ้าประสบเหตุพบผู้ป่วยภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน (SCA) 

 

ระลึกไว้เสมอว่าเราอาจเป็นเทวดา นางฟ้าของใครก็ได้ตลอดเวลา ชีวิตของคนอาจอยู่ในมือเราโดยไม่คาดฝัน อาจเป็นคนไม่รู้จักที่พบในรถไฟฟ้า ตลาด เพื่อนๆที่โรงเรียน ที่ทำงานหรือแม้แต่คนในครอบครัวเราเองก็ได้  ดังนั้นควรฝึกเตรียมพร้อมรับมือไว้จะดีกว่า

  • ควรฝึกปฏิบัติการกู้ชีวิตพื้นฐานไว้บ้าง เช่นการปั้มหัวใจ สามารถหาความรู้ได้จากเอกสารของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน หรือสมัครเป็นอาสาฉุกเฉินชุมชน หาข้อมูลเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน www.niems.go.th
  • เรียนรู้การใช้งานเครื่องกระตุกหัวใจอัตโนมัติ (Automated External Defibrillator, AED) ซึ่งเริ่มมีการฝึกอบรมให้กับพนักงานบริษัทใหญ่ๆ ต่อไปอาจจะมีการฝึกอบรมให้กับชุมชนต่างๆ และเริ่มมีการติดตั้งอุปกรณ์นี้ตามสถานที่สาธารณะต่างๆมากขึ้น เครื่องนี้จะช่วยแนะนำการกู้ชีวิตและกระตุกหัวใจให้กลับมาเต้นเป็นปกติได้เองแบบอัตโนมัติ
  • จัดเตรียมเบอร์โทรศัพท์ศูนย์การแพทย์ฉุกเฉินเช่น 1669  หรือของโรงพยาบาลต่างๆ ที่เราเป็นคนไข้อยู่หรือโรงพยาบาลใกล้บ้าน ให้สามารถกดเรียกได้ง่าย สามารถโทรขอความช่วยเหลือได้ทันท่วงที
  • เมื่อประสบเหตุพบคนหมดสติที่สงสัยว่าจะเสียชีวิต ตั้งสติให้ดี อย่าตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ให้ประเมินหาสัญญาณชีพ จับชีพจร ตะโกนเรียกคนช่วย เรียกคนมาช่วยหลายๆคน อย่าอายที่ต้องตระโกนเรียกคนช่วย คนผ่านไปมาอาจมีประสบการณ์ในการกู้ชีวิตมากกว่าเรา หรืออย่างน้อยก็ช่วยเราโทรศัพท์ฉุกเฉินได้ เริ่มปั้มหัวใจ ไม่ยาก อาจเลียนแบบที่เห็นในภาพยนตร์ ปั้มหน้าอกอย่างเดียวหรือช่วยหายใจด้วยก็ได้ ถ้าไม่สะดวกเป่าปากช่วยหายใจ ก็ปั้มหัวใจอย่างเดียว ปั้มให้ถูกตำแหน่งบริเวณช่วงล่างของกระดูกกลางอก ปั้มเร็ว 100-120 ครั้งต่อนาที แต่ละครั้งให้กดหน้าอกให้หนักพอให้ทรวงอกยุบลง 5-6 เซนติเมตร
  • หมั่นฝึกฝน ทบทวน จนมั่นใจ ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันก็ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอีกต่อไปแถมยังมีโอกาสทำบุญช่วยชีวิตคนได้อีกด้วย

ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน เกิดขึ้นอย่างกระทันหันเพียงเสี้ยววินาที ต้องได้รับการกู้ชีวิตให้ทันภายใน 5 นาที